Skip to content

วิธีฝึก Assertiveness ของนักบิน

“การกล้าที่จะพูดเพื่อความปลอดภัย”
.
Assertiveness ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรม ที่นักบินควรแสดงออกในการประเมินสมรรถนะ โดยเฉพาะในสมรรถนะด้านการสื่อสาร (Communication) และ ภาวะผู้นำ+การทำงานเป็นทีม (Leadership & Teamwork)
.
คำว่า Assertiveness ในทางจิตวิทยาและการบิน ไม่ได้หมายถึง ‘ดื้อดึง’ หรือ ‘ก้าวร้าว’ แต่หมายถึง การกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจและเหมาะสม ถือเป็นขั้วตรงข้ามกับพฤติกรรม Resignation (ยอมจำนน) อย่างชัดเจน
…..
1. ทำไม Assertiveness ถึงสำคัญ
.
ในห้องนักบิน นักบินทุกคนรู้ว่า ‘ความเงียบ’ อาจอันตรายพอๆ กับการกดปุ่มผิดพลาด เพราะปัญหาหลายครั้งไม่ได้เกิดจากเครื่องขัดข้อง แต่เกิดจาก ลูกเรือที่เห็นต่างและไม่กล้าเอ่ยปาก
.
Assertiveness หรือ ‘การกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจและเหมาะสม’ คือทักษะที่ทำให้นักบินและลูกเรือสามารถพูดทักท้วง โต้แย้ง หรือยืนยัน ได้อย่างสุภาพและตรงไปตรงมา โดยไม่ก้าวร้าว และไม่อยู่ในภาวะยอมจำนนแบบเงียบๆ
…..
2. เรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่อง Authority Gradient
.
ในบางวัฒนธรรม โดยเฉพาะโซนเอเชีย ความเคารพตามลำดับชั้นอาวุโสมีผลมาก นักบินหรือลูกเรือรุ่นน้องอาจคิดว่า ‘พูดไปก็เท่านั้น’ หรือ ‘ขัดกัปตันไม่ได้’
นี่คือ Resignation Attitude ที่เคยนำไปสู่อุบัติเหตุใหญ่ในอดีต เช่น Air Florida Flight 90 (1982) ที่ First Officer สังเกตเห็นค่าพารามิเตอร์ผิดปกติแต่ไม่ยืนยันอย่างหนักแน่น จนเครื่องตกลงแม่น้ำโปโตแมค
.
บทเรียนคือ ‘การยอมตามโดยไม่กล้าขัดอะไร’ ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่คือการละทิ้งความปลอดภัยของทุกชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ
…..
3. หลักจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง Resignation และการไม่กล้า Assertive มีอะไรบ้าง
.
3.1 Learned Helplessness – ทฤษฎีของ มาร์ติน เซลิกแมน (Martin Seligman)
.
นักจิตวิทยาชาวอเมริกันผู้นี้ค้นพบว่า เมื่อมนุษย์หรือสัตว์เผชิญกับความล้มเหลวซ้ำๆ หรือสถานการณ์ที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ พวกเขาจะเรียนรู้ว่า ‘ทำไปก็ไร้ค่า’ และจะหยุดพยายามในที่สุด
ในห้องนักบิน หากลูกเรือเคยเสนอความเห็นแต่ไม่เคยได้รับการฟัง เขาอาจเริ่มเชื่อว่า ‘พูดไปก็เท่านั้น’ แล้วก็เลือกที่จะเงียบ แม้เห็นสิ่งผิดปกติที่อาจเป็นอันตราย
.
3.2 Social Conformity – การทดลองของ โซโลมอน แอช (Solomon Asch)
.
การทดลองของแอชแสดงให้เห็นว่า มนุษย์มัก ยอมทำตามเสียงส่วนใหญ่หรือผู้มีอำนาจ แม้จะรู้ว่าผิดก็ตาม เพราะแรงกดดันทางสังคมทำให้เราเลือก ‘เข้าพวก’ มากกว่าที่จะยืนยันความจริง
.
ใน Cockpit ที่มีวัฒนธรรมอาวุโสเข้มข้น ลูกเรือรุ่นน้องมักเลือกคล้อยตามกัปตัน แม้ข้อมูลที่มีในมือ บ่งบอกชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติ
.
3.3 Stress & Cognitive Load (ภาระทางความคิดภายใต้ความกดดัน)
.
เมื่อสมองทำงานในภาวะเครียด กดดัน ในเวลาจำกัด ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารจะลดลงทันที มนุษย์จึงมักเลือก ‘ทางลัด’ ที่ง่ายที่สุด นั่นคือการเงียบ เพราะการพูดออกไปอาจสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม
.
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เสียงเล็กๆ ที่ควรเปล่งออกมาเพื่อเตือนภัย จึงมักถูกกลืนหายไปกับความตึงเครียด
ปรากฏการณ์ทั้งสามนี้ (Helplessness, Conformity, Stress) เปรียบเสมือน ‘แรงกดดันสามชั้น’ ที่ทำให้ลูกเรือไม่กล้า Assertive และมันปิดกั้นวัฒนธรรมความปลอดภัยได้อย่างน่ากลัวนัก
.
การฝึก Assertiveness จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคำพูด แต่คือ การฝึกจิตใจให้เชื่อว่าความเห็นของเรามีค่า และอาจช่วยชีวิตทุกคนได้ในภาวะวิกฤต
…..
4. วิธีฝึก Assertiveness ในห้องนักบิน
.
นักบินสามารถฝึก Assertiveness ได้ด้วย 3 ขั้นตอน
.
1) สังเกต (Observe) – ตรวจจับสิ่งผิดปกติจากข้อมูล เครื่องไม้เครื่องมือที่มี หรือสัญชาตญาณ
2) ยืนยัน (State) – พูดชัดๆ ไปเลยว่า “ผมกังวลในเรื่องนี้”
3) เสนอ (Propose) – เสนอทางเลือก เช่น cross-check, delay decision, go-around
…..
5. ต่อไปนี้คือ 10 ประโยคสั้นๆ เอาไว้ฝึก Assertiveness (หวังว่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยกับระบบที่วัฒนธรรมอาวุโสแรงจัด)
.
1) “กัปตันครับ ค่าไม่ตรงครับ”
2) “ขอ cross-check อีกครั้งครับ”
3) “ค่าพารามิเตอร์ของเครื่องยนต์ผิดปกติเกินไปไหมครับ”
4) “ผมไม่สบายใจกับตัวเลขนี้ครับ”
5) “ผมเสนอให้ go-around ครับ”
6) “Confirm อีกครั้งได้ไหมครับ?”
7) “เรายังมีทางเลือกอื่นนะครับ”
8) “ขอ delay การตัดสินใจสักครู่ครับ”
9) “ข้อมูลนี้ critical ต่อ safety ครับ”
10) “ผมยืนยันว่า .. ไม่ปกติครับ”
.
หลักคิดคือ => สั้น – ชัด – สุภาพ
.
– เริ่มด้วย “กัปตันครับ/ค่ะ” – แสดงความเคารพ
– ตามด้วย fact / concern / action – ไม่วกวน
– จบด้วยคำยืนยันหรือข้อเสนอ – ทำให้คนฟัง ต้องตอบกลับ
.
การเลือกคำพูดเหล่านี้ทำให้การทักท้วงฟังดูเป็น ‘การเสริมทีม’ ไม่ใช่การต่อต้าน
…..
6. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
.
Assertiveness ไม่ได้สำคัญแค่ในห้องนักบิน แต่ใช้ได้กับทุกคนเช่น
.
6.1 ที่ทำงาน
– ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือรุ่นพี่ชอบโยนงานมาให้เสมอ .. อาจพูดไปว่า
“งานนี้เกินเวลาที่ผมรับได้ครับ ถ้าจะให้ช่วยต้องปรับ deadline ครับ”
– ประชุมแล้วหัวหน้าตัดสินใจเร็วเกินไป .. อาจพูดไปว่า
“ผมอยากให้เราตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนตัดสินใจครับ”
.
6.2 ในครอบครัว
– ถูกขอให้ทำสิ่งที่ไม่สะดวก
“ตอนนี้ผมยังไม่ว่าง แต่หลัง 1 ทุ่มผมช่วยได้ครับ”
– พูดคุยกับคู่ชีวิตเรื่องการใช้เงิน
“ผมกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเดือนนี้ เราควรคุยกันว่าจะจัดการกันยังไงดี”
.
6.3 กับเพื่อน
– เพื่อนชวนไปทำสิ่งที่ไม่อยากทำ
“ขอบคุณนะ แต่ผมไม่สะดวกไปคืนนี้ ไว้โอกาสหน้าดีกว่าครับ”
– เพื่อนพูดเล่นแรงเกินไป
“เรื่องนี้ผมไม่ขำครับ รู้สึกไม่สบายใจจริงๆ”
.
6.4 การดูแลตัวเอง
– ที่ร้านอาหาร ได้อาหารไม่ตรงตามที่สั่งไว้
“ขอโทษครับ ผมสั่งเมนูนี้ ไม่ใช่อันนี้ ช่วยเปลี่ยนให้ได้ไหมครับ”
– ที่โรงพยาบาล หมอพูดเร็วเกินไป
“คุณหมอครับ ผมยังไม่เข้าใจผลตรวจ ขออธิบายซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับ”
…..
จะเห็นว่า ‘การกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจและสุภาพ’ ไม่ใช่การเถียง แต่คือการ ยืนยันความต้องการหรือข้อกังวลของเรา โดยไม่ลบหลู่คนอื่น
ในโลกที่หลายครั้งเราถูกสอนให้ ‘เก็บบางสิ่งไว้ในใจ’ การฝึก Assertiveness คือการเรียนรู้ที่จะ พูดออกมาอย่างมั่นใจและสุภาพ
…..
สรุปได้ว่า ความปลอดภัยบนท้องฟ้าไม่ได้เกิดจากปีกและเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่มาจาก เสียงเล็กๆ ที่กล้าเปล่งออกมา ด้วยความมั่นใจและความรับผิดชอบ
.
“การเงียบคือการยอมแพ้ แต่การพูดด้วยความมั่นใจคือการสร้างโอกาสให้ทีมรอด”
ไม่ว่าเราจะเป็นนักบิน พนักงานบริษัท หรือคนในครอบครัว การฝึก Assertiveness คือกุญแจที่จะทำให้เสียงของเรามีค่า และอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ทั้งชีวิตได้
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *