Skip to content

10 โรคที่นักบินมักเผชิญ และแนวทางป้องกัน

สุขภาพ เปรียบได้กับเชื้อเพลิงเงียบที่อยู่ในตัวเรา คอยขับเคลื่อนให้เรามีพลัง มีเรี่ยวแรงทำสิ่งต่างๆ
.
เคยสงสัยว่าวิชาชีพนักบิน มีรายได้สูง แต่หลายคนไม่รู้ว่า พวกเขาต้องใช้เงินที่ได้มา ไปกับการคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี เอาไว้ใช้ทั้งป้องกัน และรักษาโรคร้ายต่าง ๆ ที่มันชอบเข้ามาเยี่ยมเยือนเหล่าคนทำงานบนฟ้าอยู่บ่อยๆ
.
ในสายตาคนทั่วไป “นักบิน” อาจเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรงและความมั่นคง
.
แต่ความจริงเบื้องหลังห้องนักบิน กลับเต็มไปด้วย แรงสั่นสะเทือน (Vibration), เสียงดัง (Noise), รังสี (Radiation), ความเครียด (Stress) และเวลานอนที่ไม่มีความแน่นอน
.
โรคหลายอย่างจึงแฝงตัวเข้ามาแบบเงียบ ๆ จนบางครั้ง กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป
.
ต่อไปนี้คือ 10 โรคที่เกิดจากการสำรวจ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในนักบิน พร้อมแนวทางป้องกัน เพื่อเตือนใจว่า ทักษะการบินคงจะไร้ค่า .. หากสุขภาพกายและใจย่ำแย่ มันคงจะทำให้การบินไม่สนุก และจะดีกว่า หากรู้เท่าทันมัน
.
…..
.
1) ปวดคอ (Neck pain)
.
“Helmet หนักไม่ถึง 2 กิโล แต่เมื่อบวกกล้อง NVG รวมถึงแรง G มันก็กลายเป็นภาระที่กดคอเราได้ทุกวินาที”
งานวิจัยรายงานว่า กว่า 60% ของนักบินเฮลิคอปเตอร์ มีอาการปวดคอเรื้อรัง
แม้กับนักบินเครื่องบินก็หนีไม่พ้น เมื่อต้องอยู่ในท่านั่งที่คงที่นาน ๆ ส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอและไหล่
.
แนวทางป้องกัน
– เสริมความแข็งแรงของคอ (neck strengthening)
– หมั่นยืดกล้ามเนื้อทุก flight
– ลดน้ำหนักอุปกรณ์ที่หัวเท่าที่เป็นไปได้
….
2) ปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain – LBP)
.
แรงสั่นสะเทือนทั้งตัว (Whole-Body Vibration – WBV) คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญ นักบินหลายคนต้องเผชิญกับ “ออฟฟิศซินโดรมบนท้องฟ้า” เพราะที่นั่งที่แข็ง และอาการสั่น (vibration) จากเครื่อง
.
แนวทางป้องกัน
– ฝึก core endurance (กล้ามเนื้อแกนกลาง) เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
– ใช้เบาะรองลดแรงสั่นสะเทือน
– เปลี่ยนท่า-ยืดเหยียดเมื่อมีโอกาส
…..
3) การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง (Noise-Induced Hearing Loss – NIHL)
.
เสียงเครื่องยนต์ เสียงใบพัดที่มากกว่า 85 dB คือความเสี่ยงระยะยาว
แม้ใส่ headset แต่หากไม่ป้องกันอย่างถูกวิธี “เสียงที่หายไป อาจไม่มีวันย้อนคืน”
.
แนวทางป้องกัน
– ใช้ earplug + headset แบบ double protection โดยเฉพาะทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านย่านที่เสียงดัง (ไม่ใช่แค่ตอนอยู่บนเครื่องเท่านั้น)
– ตรวจการได้ยินประจำปี (นักบินต้องตรวจสุขภาพทุกปีอยู่แล้ว)
– เลือก headset ที่มี Active Noise Reduction
…..
4) มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer – Melanoma มะเร็งผิวหนังชนิดที่ร้ายแรงที่สุด เกิดจากเซลล์เม็ดสีผิว)
.
แม้กระจกของ cockpit จะกัน UVB (รังสีอัลตราไวโอเลตช่วงกลาง ทำให้ผิวไหม้แดด) ได้
แต่ UVA (รังสีอัลตราไวโอเลตช่วงยาว) สามารถทะลุกระจกได้และทำให้ผิวแก่ – เสี่ยงมะเร็ง รวมถึงยังมี Cosmic Radiation (รังสีคอสมิกจากอวกาศ) ก็สามารถผ่านเข้ามาได้
.
เมตาอะนาไลซิส (Meta-analysis – งานวิจัยที่รวมผลการศึกษาจากหลายแห่งแล้วนำมาวิเคราะห์รวม) พบว่า วิชาชีพนักบินเสี่ยงต่อเมลาโนมาสูงกว่าคนทั่วไปเกือบ 2 เท่า
.
แนวทางป้องกัน
.
– ใช้ครีมกันแดด broad-spectrum
– สวมแขนยาวหรือเสื้อผ้าป้องกัน UV
– ตรวจผิวหนังเป็นประจำ
…..
5) ต้อกระจก (Cataract)
.
รังสีคอสมิกและ UVA ทำให้เลนส์ตาเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป ปัญหาการมองเห็นไม่ใช่แค่ความไม่สะดวกสบายในการมอง แต่มันคือ “ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการบิน” เพราะนักบินใช้สายตาหนักมาก
.
แนวทางป้องกัน
.
– ใส่แว่นกันแดดที่กัน UV จริง
– จำกัด exposure โดยเฉพาะไฟลต์ระดับสูง (การลดเวลาบินหรือจำนวนไฟลต์ที่ความสูงมาก ๆ เพื่อลดปริมาณรังสีคอสมิกสะสม)
– ตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ (นักบินตรวจทุกปี)
…..
.
6) ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue) และการนอนผิดจังหวะ (Circadian Disruption)
.
มีประโยคนึงบอกไว้ว่า
.
“ความเหนื่อยล้าไม่เคยประกาศตัว แต่มันค่อย ๆ ขโมยการตัดสินใจของคุณไป”
<Fatigue doesn’t announce itself – it just steals your judgment.>
.
เวลาบินยาว เวลานอนสั้น การตื่นกลางดึก การนอนไม่เต็มอิ่ม .. ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนทำลาย circadian rhythm
.
ICAO ได้แนะนำ Fatigue Risk Management System (FRMS – ระบบจัดการความเหนื่อยล้า) เพื่อใช้รับมือกับปัญหานี้ อยู่ที่ว่า จะมีองค์กรไหนสนใจนำไปประยุกต์ใช้กันไหม
.
แนวทางป้องกัน
.
– จัดตารางบินให้สอดคล้องกับวงจรนอน
– ตรวจคัดกรองภาวะ OSA (Obstructive Sleep Apnea – โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ)
– รักษา sleep hygiene – ห้องมืด, อุปกรณ์กันเสียง ฯลฯ
…..
.
7) สุขภาพจิต ซึมเศร้า & ความเครียดเรื้อรัง (Depression & Chronic Stress)
.
ผลสำรวจจากนานาชาติพบว่า 12.6% ของนักบินมีอาการซึมเศร้า และบางคนเลี่ยงที่จะพบแพทย์เพราะกลัวเสีย Medical Certificate (ใบแพทย์ที่ต้องใช้คู่กับเล่มใบอนุญาตนักบิน)
.
แนวทางป้องกัน
.
– Peer Support Program (โปรแกรมเพื่อนช่วยเพื่อน)
– วัฒนธรรม Just Culture – ให้พื้นที่พูดโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลงโทษ
– เข้ารับการดูแลสุขภาพจิตโดยไม่ตีตรา
…..
8) ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ (Hypertension & Cardiovascular Risk)
.
เวลานอนน้อย, กินอาหารไม่เป็นเวลา, ความเครียดเรื้อรัง ทั้งหมดนำไปสู่ Meta
bolic Syndrome
.
แนวทางป้องกัน
.
– ตรวจความดัน/ไขมันทุกปี
– กินอาหารสมดุล ลดเกลือ-น้ำตาล
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ – even 20 นาที/วัน
…..
9) ปัญหาทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Disorders เช่น GERD – โรคกรดไหลย้อน, IBS – อาการลำไส้แปรปรวน)
GERD – แสบร้อนกลางอก, เรอเปรี้ยว
IBS – ปวดท้อง, ท้องเสีย/ท้องผูกไม่แน่นอน
.
ทั้งหมดนี้อาจทำให้นักบิน incapacitation (ไม่สามารถปฏิบัติการบินได้) ขณะที่กำลังบินอยู่
.
แนวทางป้องกัน
.
– หลีกเลี่ยงอาหารที่สุ่มเสี่ยงก่อนบิน (มันจัด, เผ็ด, ไม่สะอาด)
– วางแผน hydration (การจัดการการดื่มน้ำให้เหมาะสม ก่อน – ระหว่าง – หลังการบิน เพื่อป้องกันทั้งภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และปัญหาปัสสาวะบ่อย (Overhydration/Operational issues))
– ตรวจ/รักษา GERD และ IBS ตามแนวทาง
…..
10) นิ่วในไต (Kidney Stones – Urolithiasis)
.
การกลั้นปัสสาวะบนเที่ยวบิน + ดื่มน้ำน้อย คือสูตรสร้างนิ่วชั้นดี
.
FAA พบว่ามีนักบินหลายเคสที่มีนิ่วในไต และเป็นสาเหตุของการหยุดบินชั่วคราวที่พบเจอบ่อย
.
แนวทางป้องกัน
.
– ดื่มน้ำให้พอ (hydration protocol)
– เลี่ยงชา/กาแฟ ที่มากเกินจำเป็น
– เข้าห้องน้ำเมื่อมีโอกาส และอย่าฝืน
….
สรุป หากอยากจะบินต่อไป จงอย่าลืมว่า สุขภาพของเรา .. ก็ต้องบินไปกับเราด้วย
.
การรู้ทันโรคเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อให้หวาดกลัว แต่เพื่อให้ ได้วางแผนป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่รอจนสายเกินแก้
.
เพราะสุขภาพคือ “ระบบสำคัญ” ที่ไม่มีอะไหล่สำรอง
.
ทุกครั้งก่อนการบิน ลองถามตัวเองสัก 3 ข้อ จะเรียกว่าเป็น Checklist “Health Pre-Flight” ก็ได้
.
1. ร่างกายยังโอเคไหม? (นอนพอ, ไม่มีอาการป่วยเฉียบพลัน)
2. จิตใจพร้อมไหม? (อารมณ์, ความเครียด, สติ + สมาธิ)
3. ยังคงมีพฤติกรรมป้องกันที่ครบไหม? (ครีมกันแดด, earplug, hydration, stretching)
…..
เราดูแลเครื่องบินด้วย Maintenance Program ที่ละเอียด มีขั้นตอนการซ่อมบำรุงตามวงรอบ ตามคู่มือ .. ฉันใดก็ฉันนั้น
Maintenance Program ของสุขภาพก็ต้องมีด้วยเช่นกัน
.
นี่แหละคือเหตุผลที่รายได้ของนักบินจึงควรสูง ส่วนหนึ่งก็เพื่อนำไปใช้ในเชิงป้องกัน + รักษา .. เรื่องสุขภาพนี้สำคัญ อย่าได้ละเลยเป็นอันขาด
สุขภาพ เปรียบได้กับเชื้อเพลิงเงียบ หากขาดเชื้อเพลิงเมื่อไหร่ ก็ไปต่อไม่ได้
.
คำถามคือ แล้ววันนี้ เรามี Maintenance Program สำหรับร่างกายและจิตใจ ให้กับตัวเราเองแล้วหรือยัง?
….
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *