Skip to content

Automaticity เมื่อนักบินอยู่ในโหมด ‘ออโต้ไพลอต’

Automaticity คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ ‘รอด’ ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสิ่งเดียวที่อาจทำให้ ‘พลาด’ ได้โดยไม่รู้ตัว
.
นี่คือความสามารถในการทำบางสิ่งโดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องใช้สมองไปจดจ่อกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอีกต่อไป เพราะร่างกายและสมองได้ฝึกซ้ำๆ จนกลายเป็น ‘พฤติกรรมอัตโนมัติ’
.
ถ้าเปรียบกับไฟ Automaticity ไม่ใช่ไฟที่ร้อนแรงจนควบคุมไม่ได้ (แบบ Overconfidence)
.
และไม่ใช่ไฟที่มอดดับจนหมดแรง (แบบ Resignation)
.
แต่มันคือ ไฟที่ลุกอยู่เงียบๆ อุ่นพอให้เดินไปข้างหน้าได้ แต่บางครั้งก็เผลอพาเราให้เดินไปผิดทิศผิดทาง
.
…..
1. Automaticity ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนพบได้บ่อยมาก
.
ทุกคนต่างมีประสบการณ์เหล่านี้
.
– คุณขับรถไปทำงานจนถึงที่ทำงาน แต่กลับจำไม่ได้เลยว่าผ่านสี่แยกไหนมาบ้าง
– คุณตั้งใจจะไปซื้อของที่ห้างหลังเลิกงาน แต่พอเลี้ยวรถออกจากที่ทำงาน ดันขับไปทางที่จะกลับบ้านแทน เพราะกลับเส้นทางนั้นทุกวัน
– คุณฟังเพลงไปด้วย ล้างจานไปด้วย แล้วจานก็สะอาดโดยแทบไม่ได้ใช้สมองคิดควบคุมอะไรเลย
.
นี่แหละคือ ชีวิตในโหมด ‘ออโต้ไพลอต’
.
ร่างกายกำลังทำงานแทนสมอง
.
ข้อดี คือมันช่วยประหยัดพลังงานของสมอง ทำให้เราเหลือพื้นที่ไปคิดเรื่องอื่น
.
ข้อเสีย คือ มันอาจพาเราไปผิดทิศผิดทางโดยไม่รู้ตัว
.
…..
.
2. คุณลักษณะทั่วไป (common characteristics) ที่มักพบในพฤติกรรมแบบอัตโนมัติ
.
ถ้ากิจกรรมใด เริ่มมีลักษณะเหล่านี้ แปลว่ามันกำลังเข้าสู่โหมด Automaticity
(ไม่จำเป็นต้องครบทั้ง 4 องค์ประกอบทุกครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเห็นภาพรวมแบบนี้)
.
2.1 Lower Awareness (การรับรู้ต่ำลง)
.
เราทำสิ่งต่างๆ โดยไม่รู้ตัว เช่น ขับรถถึงบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าผ่านเส้นทางใดมาบ้าง
.
2.2 Unclear Intentionality (ความตั้งใจไม่ชัดเจน)
.
พฤติกรรมเริ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องตั้งใจ เช่น เอื้อมมือหาสวิตช์ไฟเมื่อเข้าห้องมืด
.
2.3 High Efficiency (ประสิทธิภาพสูง)
.
ใช้พลังงานสมองน้อย ทำได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น ผูกเชือกรองเท้าไปพร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย
.
2.4 Low Controllability (การควบคุมต่ำ)
.
บางครั้งหยุดไม่ได้แม้รู้ว่าผิด เช่น เคยชินขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน ทั้งๆที่ตั้งใจจะไปที่อื่น
…..
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึง ‘ขับรถผิดทาง’ หรือ ‘ทำงานไปเรื่อยๆโดยไม่ได้ใส่ใจกับรายละเอียดจริงๆ’
ดังนั้น ถ้าเจอกิจกรรมใดที่ไม่ต้องคิดเยอะ ทำได้เอง ใช้พลังงานน้อย และบางครั้งหยุดยาก นั่นคือกิจกรรมที่เข้าสู่โหมด Automaticity แล้ว
…..
3. เมื่อ Automaticity อยู่ในห้องนักบิน
.
ในโลกการบิน Automaticity เปรียบได้กับพรสวรรค์ ที่นักบินทุกคนมี เมื่อไหร่ที่นักบินควบคุมเครื่องได้ดั่งใจนึก หรือ รู้สึกว่า ‘มันอยู่ไม้อยู่มือ’
.
การฝึกบินซ้ำๆ จน ‘เครื่องมือ อุปกรณ์ คันบังคับ และกล้ามเนื้อ’ ทำงานได้เองโดยไม่ต้องคิดเยอะ ช่วยให้นักบินเหลือพื้นที่ในสมองไปจัดการกับสิ่งต่างๆที่อยู่รายล้อมตัว เช่น การประเมินสภาพอากาศ การติดต่อวิทยุ หรือการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน
.
แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือกับดักที่อันตราย
.
การทำ Checklist แบบ ‘ทำไปโดยไม่รู้ตัว’ พูดไปไป เช็กไป แต่ไม่ได้มองจริงๆ ว่าสวิตช์ถูกเปิดหรือไม่ ว่ามือไปแตะปุ่มถูกต้องหรือไม่
.
หรือแฝงมากับ Expectation Bias ที่ทำให้คิดว่า “มันน่าจะถูกอยู่แล้ว” ทั้งๆที่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่
.
หลายอุบัติเหตุทางการบินในอดีตเกิดขึ้นเพราะ นักบินทำตามรูทีน (Routine) จนหลงลืมการตระหนักรู้ เพราะความคุ้นเคยที่มากเกินไป อาจกลายเป็นศัตรูเงียบได้เสมอ
…..
4. Automaticity ในชีวิตคนทั่วไป
.
เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องนักบิน แต่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกวัน
.
พนักงานออฟฟิศที่เปิดอีเมลแล้วตอบเมลแบบ ‘ก๊อบปี้’ วลีเดิมๆ โดยไม่ไตร่ตรองว่าข้อความนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่
.
คู่รักที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ‘ทำทุกอย่างเป็นรูทีน’ จนวันหนึ่งรู้ตัวอีกที ความสัมพันธ์ก็แทบจะว่างเปล่า
.
คนทำงานที่เดินเข้าออฟฟิศ ทำงานเหมือนเครื่องจักรไปวันๆ ไม่ได้ถามตัวเองเลยว่า “ฉันยังรักสิ่งที่กำลังทำอยู่ไหม?”
.
ชีวิตที่เต็มไปด้วย Automaticity คือชีวิตที่ เคลื่อนไหว แต่ไม่ได้ตื่นรู้
.
เรากำลัง ‘ขับรถไปตามทาง’ โดยไม่เคยถามเลยว่า .. ระหว่างทางและปลายทางนั้นตรงกับสิ่งที่เราอยากไปจริงๆ หรือเปล่า
…..
5. วิธีใช้ Automaticity อย่างถูกต้อง
.
Automaticity ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย มันคือเครื่องมือที่ทรงพลังหากเรารู้จักควบคุมเป็น
.
หลักการง่ายๆ คือ
.
สิ่งที่ต้อง ‘อาศัยความชำนาญ ทักษะเฉพาะที่ต้องเพาะบ่ม’ สามารถใช้ Automaticity ได้
.
สิ่งที่ต้องการ “ความตื่นรู้และการตรวจสอบ” ต้องไม่ปล่อยให้เป็น Automaticity
.
ตัวอย่างสำหรับนักบิน เช่น Emergency Procedure ที่ซ้อมบ่อย ๆ = ควรฝึกจน Automaticity กลายเป็นสัญชาตญาณที่ทำแล้วไม่พลาด และรู้ว่าแบบไหนต้องเปิดเช็กลิสต์ แบบไหนไม่ต้องเปิด แต่ต้องแก้ไขได้โดยอัตโนมัติ ถูกต้อง และแม่นยำ
.
ตัวอย่างสำหรับชีวิตประจำวัน เช่น แปรงฟัน ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ = ทำให้เป็น Automaticity จะส่งผลดีต่อสุขภาพ
.
การตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ เช่น ลงทุน เปลี่ยนงาน เลือกคู่ชีวิต = ห้ามทำในโหมด Automaticity เพราะต้องใช้ สติและการใคร่ครวญ
…..
สรุปแล้ว Automaticity คือดาบสองคม
.
มันช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากขาดการตระหนักรู้ มันอาจพาเรา ‘เดินผิดทางโดยไม่รู้ตัว’
.
เหมือนประโยคที่บอกว่า
“Skill saves time. Awareness saves lives.”
<ทักษะอาจช่วยให้ประหยัดเวลา แต่สติเท่านั้นที่ทำให้เรารอด>
.
ใช้ชีวิตในห้องนักบิน ก็ไม่ต่างกับการใช้ชีวิตประจำวัน
จงใช้ Automaticity เป็นผู้ช่วย แต่ให้สติเป็นผู้กำกับเสมอ
.
…..
.
🎯 เกร็ดความรู้เสริม
.
– Muscle Memory คือความสามารถที่กล้ามเนื้อทำงานตามความเคยชิน เช่น การเล่นดนตรีหรือพิมพ์ดีด
– Expectation Bias คือการเชื่อว่าสิ่งที่เราคุ้นชินจะต้องถูกต้องเสมอ ทั้งๆที่ความจริง อาจผิด
– Checklists in Aviation ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ชะลอ’ Automaticity และบังคับให้สมองกลับมาตื่นรู้
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *