Every sky you face holds a new story to write
<ทุกครั้งที่เงยหน้ามองท้องฟ้า มักมีเรื่องราวใหม่ๆรอให้เราเขียนอยู่เสมอ>
.
บางวันฟ้าใส บางวันเมฆหม่น สีของฟ้าเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ยากจะคาดเดา เปรียบเหมือนกระดาษที่ว่างเปล่า แต่มีหลายสีซ่อนอยู่ บางทีกระดาษก็ยับยู่ยี่
บางคนรอให้ฟ้าขีดเขียนเรื่องราวให้ ขณะที่บางคน เริ่มละเลงสีไปบนแผ่นฟ้านั้นด้วยตัวเอง
.
สิ่งที่แตกต่างของแต่ละคน ก็คือ “วิธีการมอง”
.
บางคนรอกระดาษเปล่า บางคนไม่รอ กระดาษยับๆก็เอามาเขียนใหม่ได้
ท้องฟ้าก็เหมือนกัน
.
ในเรื่อง “เจ้าชายน้อย” มีประโยคหนึ่งซึมแทรกอยู่ในใจของใครหลายคน ประโยคที่บอกว่า
.
“สิ่งสำคัญนั้น ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ต้องมองด้วยหัวใจ”
<One sees clearly only with the heart. What is essential is invisible to the eye.>
.
ไม่ว่าท้องฟ้าจะสีเทา สีฟ้า หรือหม่นหมองไปด้วยหยาดน้ำฝน สุดท้ายมันก็อยู่ที่ใจเรา ว่าจะมองมันแบบไหน จะเลือกแต่งแต้ม ต่อเติมไปในทิศทางใด
.
สีของฟ้า ก็เหมือนความทรงจำหนึ่ง
บางทีอาจเป็นความทรงจำเล็กๆ ที่ทำให้ยิ้มได้
บางทีอาจเป็นความฝันที่ค่อยๆ เติบโต
บางทีมันอาจะเป็นความทรงจำแย่ๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ ..
และบางครั้ง มันก็เป็นเพียงช่วงเวลาสงบ ที่บอกเราว่า
.
“ยังมีวันพรุ่งนี้รออยู่”
.
การที่เราเลือกสร้างสีใหม่ๆให้กับท้องฟ้า ไม่ว่าวันนั้นฟ้าจะสดใสหรือหม่นหมองก็ตาม ศาสตร์ของจิตวิทยาเชิงบวกเรียกสิ่งนี้ว่า “การสร้างความหมาย” (Meaning-making)
.
Meaning-making หมายถึง ความสามารถของมนุษย์ในการตีความและเติมคุณค่าให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
แทนที่จะมองเหตุการณ์เป็นเพียง “สิ่งที่เกิดขึ้น”
.
แต่เราสามารถเลือกมองมันให้เป็น “บทเรียน” หรือ “เรื่องราว” ที่ช่วยให้เราเติบโตได้
.
เหมือนกับการฝึกบิน ศิษย์การบินทุกคนล้วนต้องเคยเจอวันที่ “ฟ้าไม่สวย”
.
วันไหนลมแรงจนควบคุมเครื่องไม่อยู่ วันไหนลงจอดพลาด ต้องแก้ซ้ำๆ หรือบางครั้งถึงขั้นต้องกลับมาฝึกเสริม (Remedial Training)
.
มันอาจทำให้รู้สึกเหมือนกระดาษที่ยับยู่ยี่ แต่แท้จริงแล้ว “กระดาษยับๆ” นั่นแหละ ที่เปิดโอกาสให้เราได้เขียนบทเรียนใหม่ๆ ลงไป
.
บางครั้งบทเรียนในวันที่ยากที่สุด ได้กลายเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์นึงของชีวิต ที่สร้างเส้นทางสู่การเป็นนักบินที่แข็งแกร่งที่สุดในวันข้างหน้า
.
Meaning-making คือพลังในการเลือกมองชีวิตอย่างมีความหมาย
.
และทุกท้องฟ้าที่เราเผชิญ ก็คือพื้นที่ว่าง .. ที่รอให้เราเติมความหมาย ของเราเองลงไป
.
เราไม่จำเป็นต้องรอให้ท้องฟ้าสวยงามที่สุด ถึงจะเริ่มต้นเรื่องราวใหม่ๆได้
.
เพราะแม้แต่ฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ มันก็เหมือนกระดาษที่เปื้อนแล้ว บางคนใช้กระดาษมือสองสร้างผลงานศิลปะที่น่าทึ่ง กลายเป็นกระดาษราคาแพง
กระดาษที่มีตำหนิ บางครั้งกลับฉุดพลังสร้างสรรค์ให้เราคิดต่อยอดต่อไปได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
.
ดังนั้น
.
ไม่ว่าท้องฟ้าที่เราเงยหน้ามองในวันนี้จะเป็นอย่างไร
.
อย่าลืมว่ามันก็เหมือนหน้ากระดาษใหม่ ไม่สำคัญว่ามันจะเปรอะเปื้อนเพียงใด ไม่สำคัญว่ามันจะมีโทนสีเป็นแบบไหน
.
เพราะสุดท้าย เราคือคนที่ถือปากกาไว้ในมือของเราเอง
.
เราคือคนกำหนดสีใหม่ ตามสิ่งที่เราอยากจะให้เป็น
.
ฟ้าเปลี่ยนสีได้เสมอ อยู่ที่ศิลปะในการเลือกสี
.
อยู่ที่วิธีใช้ปากกาของเรา
.
ส่วนศิลปะในการวาด เทคนิคในการเขียน เป็นเรื่องทักษะส่วนตัวที่ต้องฝึกฝนกันเอง
.
ฟ้าเปลี่ยนได้ทุกวัน เรื่องราวของเราก็เช่นกัน
…..
เกร็ดความรู้
.
Remedial Training ในการบิน
.
คือการฝึกเสริมที่ใช้แก้ไขและพัฒนาทักษะของศิษย์การบิน เมื่อยังไม่สามารถบินตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ได้ หรือการสอบภาคทฤษฎีที่ยังไม่ผ่าน จุดประสงค์ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการให้โอกาส ให้ผู้เรียนกลับมาเรียนรู้และฝึกซ้ำ โดยโฟกัสเฉพาะด้านที่ยังเป็นจุดอ่อน เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับทักษะให้ได้มาตรฐานการบินที่ปลอดภัยในที่สุด
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
