เมื่อร่างกายไม่ได้พัก สมองนั้น .. หลอกเราได้ง่ายกว่าที่คิด
.
วินซ์ ลอมบาร์ดี (Vince Lombardi) ตำนานโค้ชอเมริกันฟุตบอล ชาวอเมริกัน เคยพูดไว้ว่า “Fatigue makes cowards of us all.”
<ความเหนื่อยล้าทำให้เราทุกคนกลายเป็นคนขลาด>
.
เพราะความเหนื่อยล้าไร้เสียงเตือน
.
มันมาอย่างเงียบเชียบ แล้วค่อยๆ บั่นทอนสมรรถนะโดยที่เราไม่รู้ตัว
.
สมองที่อดนอน ทำงานไม่ต่างจากสมองที่เมา
.
อ้างอิงงานวิจัยระดับโลกโดย ดร. เอ. วิลเลียมสัน และ ดร. เอ.เอ็ม. ฟายเออร์ (Williamson & Feyer, 2000) ตีพิมพ์ในวารสาร Occupational and Environmental Medicine บ่งชี้ว่า
.
เมื่อไหร่เราอดนอนต่อเนื่อง 17 ชั่วโมง
.
สมรรถภาพของสมองจะลดลง เทียบเท่ากับคนที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 0.05%
.
และหากเราอดนอน 24 ชั่วโมง (1 คืนเต็ม)
.
สมรรถภาพของสมองจะลดลงถึงระดับที่เทียบเท่ากับ คนที่มีแอลกอฮอล์ในเลือด 0.10% ซึ่งมากกว่าค่าที่กฎหมายหลายประเทศห้ามขับรถด้วยซ้ำ
.
หมายความว่า ถ้าเราอดนอน 1 คืนเต็ม แล้วมาขับเครื่องบิน สมองของเราจะช้า งง เฟอะฟะ ไม่ต่างจากคนที่เมาแล้วขับ
.
มันส่งผลยังไง สมองที่อยู่ในภาวะอดนอน จะมีการทำงานที่ผิดปกติในหลายส่วนได้แก่
.
1. Prefrontal Cortex – พื้นที่แห่งการตัดสินใจ
.
เมื่อเหนื่อยล้า สมองส่วนนี้จะทำงานน้อยลง
ลดประสิทธิภาพในการคิดวิเคราะห์ด้วยหลักเหตุและผล รวมไปถึงขีดความสามารถในการประเมินทางเลือกต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย
.
2. Amygdala – พื้นที่แห่งอารมณ์
.
ในภาวะอดนอน อะมิกดาลา (Amygdala) จะไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น เราจะใจร้อนง่ายขึ้น ตัดสินใจแบบใช้อารมณ์มากขึ้น .. และนั่น ยิ่งง่ายต่อการตกเข้าสู่หลุมพลางของ ‘Tunnel Vision’ หรือการหมกมุ่นอยู่กับทางเลือกเดียวจนละเลยภาพรวมของสถานการณ์โดยรวม ด้วยเพราะเราเริ่มใช้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล
.
3. ระบบความจำและการเรียนรู้
.
การนอนไม่พอจะทำให้สมองจัดระเบียบความจำได้น้อยลง ความรู้หรือข้อมูลใหม่ๆ เข้าไม่ถึง ความรู้เก่าๆ ก็ดันนึกไม่ออก
.
สมมติถ้าเราตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า แล้วมีบินตอนตอนหลังสี่ทุ่มเป็นต้นไป แถมตลอดทั้งวันไม่ได้งีบ หรือพักผ่อนเลย แม้เราจะรู้สึกว่าร่างกาย ‘ยังไหว’ แต่ถ้านับชั่วโมงแล้ว เราอยู่ในภาวะอดนอนเกิน 17 ชั่วโมงไปแล้ว
.
สมองของเรา ณ ขณะนั้น อาจมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลช้ากว่าปกติถึง 50 เปอร์เซนต์ ซึ่งมันเพียงพอที่จะทำให้การสแกนเครื่องวัดช้าลง ตีความช้า ได้ยินเสียง ATC แล้วตอบสนองช้า ซึ่ง .. อันตรายก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว
.
ในทางจิตวิทยามีปรากฎการณ์นึงที่เรียกว่า ‘Fatigue-Induced Risk Underestimation’
.
หมายถึง ภาวะของคนที่เหนื่อยล้า จะประเมินความเสี่ยงได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
.
ความล้าทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างยังโอเค
.
ทั้งๆที่ความจริงแล้วระบบความคิดของเราพังไปแล้วครึ่งหนึ่ง
.
นี่คือกับดักที่อันตรายมาก ยิ่งถ้าคนที่อ่อนล้า แล้วไม่รู้ว่าตัวเองกำลังล้า หรือคิดว่าตัวเองอึดและไหวเสมอ แบบนั้นยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะสมองหลอกให้เราเชื่อว่า ‘ไหว’ ไปซะแล้ว
.
ในอุตสาหกรรมการบิน แนวคิด Fatigue Risk Management System (FRMS)
.
คือหนึ่งในเครื่องมือทรงพลังที่ทั้ง ICAO และ EASA แนะนำให้ทุกองค์กรนำไปบูรณาการในระบบของตัวเอง
.
เพราะความล้าไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่มันคือผลพวงของ ‘ระบบ’ ที่มีทั้งดีและไม่ดี
.
นักบินในองค์กรอาจมีวินัยสุดๆ แต่ถ้าองค์กรจัดตารางบินให้ไม่ดี ไม่ให้เวลาพัก ไม่รับฟังเสียงของความเหนื่อยล้า
.
ความอิดโรยเหล่านั้นจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในทุกๆเที่ยวบิน
.
FRMS คือระบบที่ใช้ข้อมูลและวิทยาศาสตร์ในการจัดการความเหนื่อยล้า ออกแบบให้ยืดหยุ่นมากกว่าแค่การจำกัดชั่วโมงบิน และมุ่งลดความเสี่ยงที่เกิดจาก ‘สมองที่ไม่พร้อมบิน’
.
จุดเด่นของ FRMS คือ
.
– ใช้ข้อมูลจริง (data-driven) เช่น ตารางการบิน, ชั่วโมงนอน, แบบสอบถามอาการเหนื่อยล้าสำหรับพนักงานทุกคน
– ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ เช่น นาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm), สมรรถนะของร่างกายหลังอดนอน
– ยืดหยุ่นกว่า ‘กฎตายตัว’ อย่างเช่น Flight Time Limitation (FTL) เพราะพิจารณาจากสภาพจริง ซึ่งแต่องค์กรล้วนมีธรรมชาติของงานบนฟ้าที่แตกต่างกัน
.
เพราะการใช้เพียงกฎจำกัดชั่วโมงบิน (FTL) ไม่สามารถครอบคลุมในทุกสถานการณ์ได้
.
เช่น บินกลางคืนติดกันหลายวัน, มีภาระงานภาคพื้นมหาศาลก่อนขึ้นบิน หรือแม้แต่ความเครียดสะสมจากเรื่องส่วนตัว
.
FRMS จะช่วยให้องค์กรสามารถระบุจุดเสี่ยงล่วงหน้า และวางแผนลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
.
โดยสรุป ‘สมองของเรา’ คือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในห้องนักบิน และการนอน คือยาบำรุงสมอง คือการเยียวยาเครื่องมือชิ้นนั้น
.
ต่อให้มีความรู้ มีทักษะขั้นเทพมากขนาดไหน ก็ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าการรู้จัก ‘หยุด’ และการพักผ่อนให้พอ
.
นักบินที่ดีไม่ใช่คนที่อึด ถึก ทน และก็ทนจนถึงที่สุด แต่คือคนที่รู้จักบริหารเวลาในการพักผ่อนเป็น
.
และที่สำคัญ เรื่องแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ได้ .. อย่างที่บอกเอาไว้ หากองค์กรไร้ระบบที่ดี ไม่มีระบบช่วยบริหารเวลาให้นักบินของตนได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ .. ระบบก็พาคนล้มได้
.
อย่าปล่อยให้คนในระบบ ต้องล้มลงด้วยภาวะสมองเมาเพราะอดนอนเด็ดขาด
.
สั้นๆคำเดียวคือ ..
.
ไม่ไหวอย่าฝืน เชื่อเถอะ .. ไม่คุ้มเลย
.
….
.
หมายเหตุ : บทความนี้ไม่มีเจตนาจะเชื่อมโยงไปยังกรณีอุบัติเหตุใดๆทั้งสิ้น .. เป็นการเขียนสรุปความรู้ในสาขาจิตวิทยาการบินและวิชาปัจจัยมนุษย์เพื่อไว้ให้ศึกษาเท่านั้น
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
