Skip to content

Pinnacle และ Ridgeline Operations / ภารกิจบินสุดโหดที่ไม่มีอากาศยานชนิดใดเลียนแบบได้

  • by
เฮลิคอปเตอร์คืออากาศยานแบบเดียวที่เข้าถึงได้ทุกพื้นที่แบบพาคนไปด้วย (โดรนทำไม่ได้)
.
โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยสันเขาและลานหินแคบ
.
Pinnacle และ Ridgeline Operations คือภารกิจบินที่สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า ‘การเข้าถึงพื้นที่เล็กๆได้อย่างแม่นยำ’ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจทั้งภูมิประเทศ อากาศพลศาสตร์ และอารมณ์ของดินฟ้าอากาศที่ยากจะคาดเดา
.
ภารกิจที่ต้องใช้การบินในรูปแบบนี้มีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น
.
– MEDEVAC – รับผู้บาดเจ็บจากหน้าผา จุดชมวิว หรือหิมะถล่มบนยอดเขา
– Search & Rescue – ค้นหาผู้สูญหายในป่า ตามแนวภูเขา
– งานซ่อมบำรุง เช่น ลำเลียงเจ้าหน้าที่ช่าง ขึ้นไปทำงานบนสถานีไฟฟ้าบนยอดเขา
– ปฏิบัติการทางทหาร – ส่งกำลังพลบนแนวเทือกเขาที่ห่างไกลสำหรับปฏิบัติภารกิจต่างๆ
– ท่องเที่ยวผจญภัย – ขึ้นยอดเขาเพื่อถ่ายภาพหรือชมธรรมชาติ
– ดับไฟป่า – โปรยน้ำดับไฟป่าหรือส่งทีมดับเพลิงเข้าพื้นที่สูงชัน
– งานวิจัย – ศึกษาธรณีวิทยา การวางเครื่องมือตรวจวัดค่าต่างๆในพื้นที่ที่ไม่มีทางเข้าถึง
.
✅️ คำว่า Pinnacle & Ridgeline คืออะไร?
.
Pinnacle (พินนาเคิล) = พื้นที่ที่พื้นดินลาดชันตกลงทุกด้าน เช่น ยอดเขา
Ridgeline (ริจ์ไลน์) = แนวสันเขาที่ยาว พื้นดินลาดชันตกลงหนึ่งหรือสองด้าน เช่น หน้าผาหรือหน้าดินพัง
(แม้ว่าบริเวณนั้นจะไม่มีสิ่งกีดขวาง ก็ไม่ได้แปลว่าการบินขึ้น-ลงจะง่าย เพราะยังมีอันตรายจากลมยก ลมกด และกระแสอากาศแปรปรวน รวมถึงสภาพพื้นดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการลงจอดฉุกเฉินที่อยู่รายล้อมที่หมาย)
.
สำหรับบทความนี้ขอแบ่งหัวข้อย่อยเป็น 5 หัวข้อหลักได้แก่ การลงจอด (Approach and Landing) การวิ่งขึ้น (Takeoff) การสื่อสาร (Crew Coordination) การฝึกซ้อม (Training & Simulation) และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาฝึกนักบิน (Common Errors)
.
1. การลงจอด (Approach and Landing)
.
– เวลานักบินจะลงจอด จะต้องบินลาดตระเวนโดยรอบก่อน เพื่อประเมินพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของจุดลงจอด สิ่งกีดขวางและอื่นๆอีกสารพัดอย่าง (เคยเขียนไว้ในบทความการบินเรื่อง Confined Area Operations)
.
– ระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นคือความท้าทายหนึ่งของพวกเรา อากาศบาง แรงยกของเครื่องลดลง ออกซิเจนสำหรับนักบินก็น้อยลงเช่นกัน นี่คือจุดที่พวกเราต้องการพลังงานในการประมวลผลของสมองเป็นอย่างมาก พวกเราต้องรู้ให้เท่าทันภาวะ Hypoxia (อธิบายเสริมท้ายบทความ)
.
– ลมคือปัจจัยที่มองไม่เห็น แต่ผลักให้เราส่ายได้โดยไม่รู้ตัว แนวเขาไม่ได้เป็นเพียงเส้นบนแผนที่ แต่มันคือแนวแบ่งของลม อากาศที่ถูกกด ทั้งหมดล้วนเป็นพลังธรรมชาติที่น่ากลัว พร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา
.
– เวลาบินเข้าพื้นที่เราจะเลือกบินเข้าทางด้านทวนลม (Upwind) หลีกเลี่ยงด้านใต้ลม (Leeward Side) .. นักบินเฮลิคอปเตอร์ต้องเรียนรู้พฤติกรรมของลมให้แตกฉาน การเข้าใจลมในพื้นที่ ก็เหมือนการเข้าใจอารมณ์ของภูเขา
.
– พื้นที่เล็ก แคบ เอียง ยังไม่ท้าทายเท่ากับการตัดสินใจว่า ‘จะลงหรือไม่’ ดังนั้นต้องวางแผนการ Go around ไว้เสมอ รู้ว่าหากร่อนลงตามแนวนี้แล้ว ถ้าลงไม่ได้ จะบินต่อไปในทิศทางไหน และไต่ไปที่ความสูงเท่าไร
.
– การปรับมุมร่อนลงก็ต้องให้ให้เหมาะกับ น้ำหนักเครื่องที่บรรทุก ความสูง สภาพลม ภูมิประเทศ และสิ่งกีดขวาง
(ถ้าลมแรง อาจต้องใช้มุมที่ชันขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากลมกดและอากาศปั่นป่วน)
.
ในขณะที่ Ground speed (ความเร็วที่เราใช้สังเกตเป็นประจำในขณะความสูงเข้าใกล้พื้น) จะสังเกตได้ยากกว่าปกติ เพราะไม่มีจุดอ้างอิงใกล้ตัวเหมือนบินบนพื้นราบ เรื่องนี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
.
– การวางแผนลงฉุกเฉินในพื้นที่รอบๆที่หมายก็ต้องคิดไว้อยู่ในหัวเสมอ นักบินสองคนที่บินด้วยกันต้องบรีฟเรื่องนี้กันก่อน ขณะร่อนลงจอดก็ต้องเตรียมแผนสำรองหากจำเป็นต้องร่อนลงฉุกเฉินว่าจะไปลงตรงไหน ความยากคือ ธรรมชาติรายล้อมภูเขาคือป่าทั้งนั้น พื้นที่โล่งๆก็หายากมาก
.
– เมื่อกำลังจะร่อนถึงที่หมาย ให้ใช้แนวยาวของพื้นที่ให้เป็นประโยชน์ (ถ้าทิศทางลมอำนวย) พิจารณาเลือกลงจอดในส่วนต้น (forward portion) ของพื้นที่หากสามารถทำได้ (ไม่ใช่กลางหรือท้าย) – ส่วนต้นในที่นี้หมายถึงส่วนที่อยู่ไกลเพื่อให้แนวร่อนลงมีระยะทางที่มาก และป้องกันไม่ให้หาง (Tail rotor) ใกล้สิ่งกีดขวาง (หลักการเดียวกันกับ Confined Area Operations)
.
– เมื่อถึงพื้นแล้ว ให้ตรวจสอบความมั่นคงของพื้น (Stability Check) ก่อนลดรอบใบพัด เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นสามารถรับน้ำหนักของเฮลิคอปเตอร์ได้
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่นักบินเฮลิคอปเตอร์ต้องทำ ต้องประเมิน ต้องคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา ก่อนจะพาเครื่องลงจอดบนยอดเขาสักลูกได้ แม้อากาศจะบางและเยือกเย็นขนาดไหนก็ตาม บอกได้เลยว่าเหงื่อไหลพลั่กๆกันทุกคน
.
เมื่อเอาเครื่องลงจอดได้แล้ว เวลาจะนำเครื่องวิ่งขึ้น (Takeoff) ทำยังไง ..
.
2. การวิ่งขึ้น (Takeoff)
.
– สิ่งที่ดีคือการบรีฟทุกครั้งก่อนวิ่งขึ้น นักบินต้องประเมินว่าจะวิ่งขึ้นจากจุดไหน หันหัวเครื่องไปในทิศทางทวนลมดีที่สุด แต่แนววิ่งขึ้นต้องให้ปลอดภัยจากสิ่งกีดขวางด้วย และคิดเสมอว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขณะวิ่งขึ้น เราจะทำอย่างไร
.
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดับ หรือเหตุอื่นๆ จะไต่ตรงหน้า เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา หรือหย่อนเครื่องลงตรงๆบนจุดจอดเหมือนเดิม เรื่องนี้ก็ต้องไปศึกษาโปรไฟล์การบินของเครื่องแต่ละแบบ เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างมากที่เป็นตัวกำหนดท่าทางการวิ่งขึ้นของเฮลิคอปเตอร์
.
– สำหรับภารกิจ Pinnacle นี้ เวลาจะวิ่งขึ้นนั้น นักบินเฮลิคอปเตอร์ทุกคนล้วนถูกสอนเสมอว่า เป้าหมายหลักคือ ‘ความเร็ว’ ไม่ใช่ ‘ความสูง’ จากนั้นเมื่อวิ่งขึ้นได้ความเร็วตามโปรไฟล์แล้ว ก็ปรับมุมไต่ตามปกติต่อไป
.
ตำราบอกว่าการบินขึ้นจากยอดเขาไม่ควรไต่ให้สูงในทันที แต่ควรให้ความสำคัญกับความเร็วก่อน การรีบไต่ทันทีด้วยความเร็วต่ำ เสี่ยงต่อการเสียกำลัง (Power Limitation) เพราะอยู่ในสภาพ Out of Ground Effect (OGE) หมายถึงแรงยกต้องใช้พลังงานมาก หากบินช้าและไต่พร้อมกัน เครื่องอาจไม่มีพลังงานเพียงพอ
.
* ที่สำคัญ ห้ามบินดิ่งลงตามทางลาดลงของภูเขาเด็ดขาด เสี่ยงต่อการ ‘ตามไม่ทันเครื่อง’ หรือควบคุมไม่ทัน (Over-speed / Over-control) มุมมองภาพบิดเบือน ทำให้ยากต่อการตัดสินใจ
.
– เมื่อบินดิ่งตาม slope นักบินมักรู้สึกว่าอยู่ ‘ห่างจากพื้น’ มากกว่าความจริง
– ส่งผลให้การประเมินความเร็ว ความสูง หรือทิศทางผิดพลาด
– เสี่ยงต่อ collision กับพื้น, ขอบผา หรือวัตถุข้างล่าง
.
3. การสื่อสาร (Crew Coordination)
.
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องของการสื่อสารกันในทีม
.
การสื่อสาร = เชือกที่ผูกทุกชีวิตไว้ด้วยกัน
.
การพูดคุยระหว่างนักบิน ผู้ช่วยนักบิน ทีมภาคพื้น ไม่ใช่แค่เสียงในหูฟัง แต่คือเสียงที่ทำให้เราได้รับรู้ว่า “เราทุกคนกำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน” ฉะนั้น ทีมที่ดี จะต้องจัดทำ Briefing ที่ชัดเจน มีการตกลงสัญญาณมือร่วมกัน รวมถึง Debrief ในทุกภารกิจเพื่อการเรียนรู้สำหรับการปรับปรุงแก้ไขในข้อบกพร่องที่ได้พบ หรือเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆที่สำคัญ เช่น สภาพอากาศในพื้นที่ในแต่ละฤดูกาล หรือสภาพพื้นที่ที่พบเห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง
.
4. การซักซ้อม (Training & Simulation)
.
การจะบรรลุภารกิจต่างๆได้นั้น ไม่มีใครทำได้ในครั้งแรก ศาสตร์นี้ต้องมีการฝึก และการฝึกซ้อมนั้นสำคัญมาก
.
ฝึกซ้อมจนกลายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ หมายถึง Training = Immunity from Surprise
.
ถ้าฝึกในเครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) ได้ก็จะยิ่งดี แต่ Sim ที่ใช้ฝึกนั้นต้องสเปกสูงพอควร จึงจะได้ความรู้สึกที่สมจริง เราควรจำลองสภาพภูเขาใน Simulator ทั้งทิศทางลม ความกดอากาศ อุณหภูมิ และทัศนวิสัย เพื่อฝึกในภารกิจที่หลากหลาย เช่น MEDEVAC, Search & Rescue
.
นักบินจะต้องฝึกบินลาดตระเวน ประเมินพื้นที่ ป้อนโจทย์สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใส่ข้อขัดข้องลงไปในระบบต่างๆ ใส่ลมแบบเซอร์ไพรส์เข้ามา นักบินต้องฝึกประเมินลมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่บนเครื่องเพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
.
เรื่อง Pinnacle และ Ridgeline Operations ถือเป็นหนึ่งในยาขมสำหรับศิษย์การบิน และเมื่อจบออกไปทำงานกันแล้ว บางหน่วยงานก็ต้องบินในภารกิจนี้กันบ่อยมากๆ ในหมู่นักบินด้วยกันเอง ก็ต้องหมั่นฝึกซ้อมกันอย่างเป็นประจำ
.
ภารกิจนี้จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในภารกิจที่อันตราย คนที่ไม่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์มักไม่ค่อยเข้าใจ ดังนั้นหากหน่วยสนับสนุนต่างๆได้รับรู้ ก็ควรทุ่มสรรพกำลังกันให้เต็มที่ โดยเฉพาะงบประมาณในการฝึก ทั้งฝึกกับเครื่องจริงและกับใน Simulator เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะยิ่งฝึกมาก จะยิ่งชำนาญ และเมื่อชำนาญ การปฏิบัติการบินก็จะยิ่งปลอดภัย
.
5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาฝึกศิษย์การบินสำหรับการทำ Pinnacle และ Ridgeline Operations
.
– ไม่ทำการลาดตระเวน (Reconnaissance) เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างเพียงพอ ทั้งลาดตระเวนในระยะสูงและต่ำ
– ขณะร่อนลง ใช้มุมร่อนที่ชันเกินหรือต่ำเกินไป ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้น
– มอง Ground Speed ไม่ขาด และสแกนค่าต่างๆไม่ครอบคลุม เช่น ความเร็ว ความสูง
– ไม่วางแผนพื้นที่ลงจอดฉุกเฉินไว้ ลืมบรีฟให้ฟังว่าหากเกิดเหตุขัดข้องขณะบินในพื้นที่นี้ จะเลือกพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ลงฉุกเฉิน
– เคราะห์ไม่แตกในเรื่องผลกระทบของลมและอากาศแปรปรวนที่มีต่อการบินขึ้น-ลง
.
🎯 โดยสรุปแล้ว Pinnacle และ Ridgeline Operations คือหนึ่งในบทพิสูจน์ เป็นศิลปะของการคอนโทรลเครื่องสำหรับนักบินเฮลิคอปเตอร์ทุกคน และมีเพียงเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น ที่สามารถยืนหยัดท่ามกลางยอดเขา ท่ามกลางลมที่แปรปรวน กับอากาศที่เย็นเฉียบ เพียงเพื่อนำเครื่องไปแตะบนจุดเล็กๆ เพื่อสนับสนุนในภารกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
.
และในบางครั้ง มันคือภารกิจที่ไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงินได้เลย เช่น ภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตคน
.
มีคำกล่าวนึงว่าเอาไว้
“If you’re in trouble and you’re not on a runway — pray for a helicopter.”
.
(ในยามคับขัน หากเราไม่ได้อยู่บนรันเวย์ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะเป็นความหวังให้กับเราได้ สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ ‘เฮลิคอปเตอร์’)
.
สาระเพิ่มเติม
– Hypoxia (ไฮพ็อกเซีย) คือ ภาวะที่ร่างกายหรือสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
มักเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในที่สูง ที่มีความกดอากาศต่ำ เช่น บินในระดับสูงด้วยเฮลิคอปเตอร์โดยไม่มีระบบช่วยหายใจ
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *