เรื่องจริงของ เอลเรย์ บี. เจพเพเซน (Elrey B. Jeppesen) ผู้ให้กำเนิดแผนที่อากาศ สู่ Chart บินเข้าออกสนามบินที่ให้พวกเราได้ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้
.
ในยุคที่เครื่องบินยังถือเป็นของใหม่
.
ไม่มี GPS ไม่มีเรดาร์ ไม่มีวิทยุควบคุม
.
นักบินต้องบินตามแผนที่ถนน ใช้สัญชาตญาณ และพึ่งโชคชะตา
.
และบางครั้ง นักบินบางคน ก็ไม่เคยได้กลับบ้านอีกเลย
.
แต่มีชายคนหนึ่ง ไม่ยอมรับว่าชีวิตนักบินควรต้องจบลงเพียงแค่เพราะ ‘ไม่รู้ทาง’
.
เขาไม่ได้เปลี่ยนโลกด้วยเครื่องยนต์ เขาเปลี่ยนโลกด้วย ‘สมุดโน้ต’
.
ชื่อของเขาคือ เอลเรย์ บอร์จ เจพเพเซน (Elrey Borge Jeppesen)
.
จุดเริ่มต้นของความฝัน เด็กชายกับจักรยาน และกองหนังสือพิมพ์
.
เจพเพเซน เกิดในปี ค.ศ.1907 ที่เมืองเลคชาร์ลส รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา
.
ในครอบครัวผู้อพยพชาวเดนมาร์กที่ฐานะไม่ค่อยดี
.
เขาเติบโตขึ้นในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน
.
ที่นั่นเอง เด็กชายเจพเพเซนเริ่มต้นอาชีพแรกในชีวิตด้วยการเป็น ‘เด็กส่งหนังสือพิมพ์’ พร้อมจักรยานคู่ใจ
.
เงินทุกสตางค์ที่ได้ เขาเก็บไว้ทั้งหมดด้วยเป้าหมายว่า จะไป ‘เรียนบิน’
.
เส้นทางส่งหนังสือพิมพ์ของเขาไม่ใช่เพียงแค่ปั่นจักรยานไปตามทางเรื่อยเปื่อย แต่มันคือเส้นทางที่พาเขาไปพบคนที่เปลี่ยนชีวิตเขา ใครคนนั้น เจ้าของบ้านหลังหลังสุดท้าย หนึ่งในเส้นทางส่งหนังสือพิมพ์ของเขา
.
บ้านของ เท็กซ์ แรงคิน (Tex Rankin) นักบินผาดโผนชื่อดังของอเมริกาในยุคนั้น ผู้เป็นเจ้าของ Flying Circus (คณะนักบินแสดงโชว์)
.
เจพเพเซน จงใจเก็บบ้านของ แรงคิน (Rankin) ไว้เป็นหลังสุดท้ายของการส่งหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจส่ง แต่เพราะหวังจะได้พูดคุย แม้เพียงสักคำเดียว เขาทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน
.
กระทั่งวันหนึ่ง แรงคิน ก็ชวนเขาไปทำงานที่สนามบิน
.
เขาเริ่มจากงานเล็กๆ ไม่เกี่ยงงาน เขาทำหมดไม่ว่าจะเป็น ขายตั๋ว หมุนใบพัด เช็ดน้ำมัน และบางครั้งก็รับงาน ‘เดินบนปีก หรือ wing walker’ (มีอธิบายเสริมในคอมเมนต์)
.
ในปี 1925 เมื่ออายุ 18 ปี เจพเพเซนได้เรียนบินจริงครั้งแรกที่ สนามบินเพียร์สัน ฟิลด์ (Pearson Field) เมืองแวนคูเวอร์ รัฐวอชิงตัน ด้วยเงินสะสมที่ได้จากการส่งหนังสือพิมพ์และงานจิปาถะที่เขาทำที่สนามบิน
.
เส้นทางอาชีพนักบินของเขา จากการบินโชว์กลางฟ้า สู่การบินเพื่อสำรวจโลก
.
หลังเรียนบินจบ เขาทำงานกับ Tex Rankin’s Flying Circus (คณะนักบินแสดงโชว์การบินผาดโผน) เขาได้เป็นหนึ่งใน Barnstormer หรือ นักบินโชว์การบินผาดโผนกลางอากาศ
.
ต่อมา เขาเข้าร่วมกับ Fairchild Aerial Surveys (บริษัทถ่ายภาพทางอากาศ) ทำหน้าที่บินถ่ายภาพทางอากาศ ซึ่งทำให้เขาเริ่มคุ้นเคยกับการจดบันทึกพิกัด ความสูง และการสเก็ตซ์รูปภูมิประเทศต่างๆ
.
ปี 1930 เขาได้งานใหม่กับ Boeing Air Transport ทำหน้าที่ขับเครื่องบินขนส่งไปรษณีย์ข้ามรัฐ เส้นทางบินของเขาต้องผ่านเทือกเขาร็อกกี้ สภาพอากาศรุนแรง และไร้ระบบช่วยนำทางใดๆ
.
นักบินในยุคนั้นต้องใช้ ‘แผนที่ถนน’ นำทาง
.
และไม่มีใครรู้ว่าจะเจอภูเขา หรือมีจุดบอดตรงไหนบ้างระหว่างเส้นทาง
.
ยุคนั้น การบินในหมอก คือการขอชีวิตจากฟากฟ้า
.
เจพเพเซน บอกกับตัวเองว่า “มันไม่ควรต้องเป็นแบบนี้”
.
จุดเริ่มของสมุดโน้ตเล่มเล็ก สิ่งที่เปลี่ยนโลก
.
เขาเริ่มจดบันทึก ทุกอย่างที่เขาเห็น ทุกสิ่งที่สามารถทำให้คนรอดชีวิต จดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น
.
– ความสูงของภูเขา
– จุดที่มักพบหมอก
– ตำแหน่งสนามบินสำรอง
– ช่องเขา ช่องทางสำรองต่างๆ
– สถานีวิทยุที่ใช้ฟังสัญญาณนำทาง
.
เริ่มแรก เขาไม่ได้ทำเพื่อขาย แต่ทำเพื่อให้ เพื่อนนักบินไม่ต้องตายเพราะหลงทาง
.
ประโยคนึงของเขาที่เคยพูดไว้
.
“I just wanted to help my friends stay alive.”
(ผมแค่อยากช่วยให้เพื่อนๆ ของผมรอดชีวิต)
.
– Elrey B. Jeppesen
.
หลังจากนั้น
.
เพื่อนๆ เริ่มขอสำเนา
.
จากโน้ตส่วนตัว .. กลายเป็นแผนที่
จากแผนที่ .. กลายเป็นหนังสือ
จากหนังสือ .. กลายเป็นบริษัท Jeppesen & Co. ในปี 1934
.
มากกว่าแผนที่ เขาคือผู้ริเริ่ม ‘Approach Charts’ สิ่งที่จำเป็นและใช้สำหรับการบิน IFR (Instrument Flight Rules – กฎการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน)
ในยุคนั้นยังไม่มีคำว่า IFR อย่างเป็นทางการ
.
แต่ เจพเพเซน เข้าใจดีว่า ‘นักบินต้องการเส้นทางลงจอดในวันที่มองไม่เห็นอะไรเลย’
.
เขาจึงสร้าง Approach Charts แผนผังการร่อนลงสนามบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน
.
โดยระบุข้อมูลต่างๆลงใน Charts เช่น
.
– ความสูงขั้นต่ำ
– แนวร่อน (Glide Path)
– ตำแหน่งวิทยุช่วยนำทาง
– สิ่งกีดขวางในเส้นทางขาบินเข้าสนามบิน
.
และนี่คือรากฐานของ Instrument Approach Procedures (IAPs) ที่ใช้กันทั่วโลกในสำหรับการบิน IFR จนถึงทุกวันนี้
.
ก่อนหน้านั้น เขาเคยถูกสบประมาท จนกระทั่งได้รับการยอมรับ
.
ช่วงแรกไม่มีใครเชื่อเขา บางคนหัวเราะเมื่อเห็นเขาสเก็ตช์ภาพลงในสมุดโน๊ตส่วนตัว
.
แต่ เจพเพเซน ไม่สน
.
เขาแก้ไข ปรับปรุงแผนที่ทุกหน้า ด้วยประสบการณ์จริง
.
นักบินที่ใช้แผนที่ของเขา เริ่มบินปลอดภัยขึ้น
.
จนในที่สุด หน่วยงานการบินของรัฐก็ยอมรับแผนที่ที่เขาทำอย่างเป็นทางการ
.
นี่คือมรดกที่ยังคงอยู่ในห้องนักบินทั่วโลก
.
ทุกครั้งที่นักบินเปิด Jeppesen Chart ก่อนบิน
.
ทุกเที่ยวบิน IFR ที่ใช้ Approach Plate
.
ทุกเที่ยวบินที่ลงจอดในม่านหมอก แล้วปลอดภัยจนถึงพื้น
.
ล้วนมีเงาของสมุดโน๊ตเล่มเล็กๆเล่มนั้น อยู่เบื้องหลัง
.
สนามบินเดนเวอร์ (Denver International Airport) ตั้งชื่ออาคารว่า Jeppesen Terminal เพื่อให้เกียรติแก่ชายผู้นี้
.
เจพเพเซน (Jeppesen) เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวในปี 1996 ด้วยวัย 89 ปี
.
แต่เส้นทางที่เขาวาดไว้ ถือเป็นมรดก และยังคงนำทางให้นักบินในยุคนี้อยู่ทุกเที่ยวบิน
.
“บางคนวาดภาพ ส่วนเขาวาดทางบนท้องฟ้า”
<“Some draw pictures. He drew the sky.”>
.
เอลเรย์ บี. เจพเพเซน (Elrey B. Jeppesen)
.
ไม่ได้เปลี่ยนโลกด้วยเครื่องบิน
.
แต่เขาเปลี่ยนชีวิตนักบินทั้งโลก ด้วยการสร้างแผนที่อากาศ สร้าง Chart นำร่องให้กับนักบินทุกคน
.
จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์ สู่ผู้ที่ทำให้ทุกคนที่เดินทางบนท้องฟ้า .. สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
.
คำศัพท์ในบทความ Elrey B. Jeppesen
.
.
Flying Circus (ฟลายอิง เซอร์คัส) คือคณะนักบินโชว์ที่จัดแสดง ‘การบินผาดโผน’ ตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
– นักบินจะบินตีลังกา บินลอดสะพาน บินเฉี่ยวพื้น หรือให้คน ‘เดินบนปีก’
– คำว่า ‘Circus’ หมายถึงการแสดงโชว์แบบคณะเร่ ไม่ใช่ละครสัตว์
– Tex Rankin คือเจ้าของคณะ Flying Circus ที่มีชื่อเสียงมากในฝั่งตะวันตกของสหรัฐ
ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ Jeppesen เข้าสู่วงการบิน
.
.
นักบินผาดโผนเร่ร่อนในยุคทศวรรษ 1920
คำว่า Barnstorming มาจากการ บินไปแสดงที่ฟาร์มหรือทุ่ง โดยใช้โรงนา (barn) เป็นจุดรวมพล
– Barnstormers จะทำการบินโชว์หรือรับคนขึ้นบินครั้งแรกในชีวิต (joy ride)
– ทำการบินเดี่ยว หรือเป็นคณะรวมกันหลายลำ
– Jeppesen เคยเป็น Barnstormer ในช่วงวัยรุ่น
เป็นยุคสมัยที่คนอเมริกันเริ่มเข้าถึงเครื่องบินในชีวิตจริงมากขึ้น
.
.
บริษัทถ่ายภาพทางอากาศเพื่อใช้ในการสำรวจพื้นที่ เช่น ภูมิประเทศ, แผนที่, เหมือง, การเกษตร และวิศวกรรมโยธา
– Jeppesen ทำงานที่นี่หลังจากการเป็น Barnstormer มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง
– เขาได้เรียนรู้การใช้พิกัด ภูมิประเทศ และเครื่องมือสำหรับบันทึกข้อมูลระหว่างบิน
ถือเป็นจุดที่เขาเริ่มคุ้นเคยกับการบันทึกเส้นทางเทคนิคขณะบิน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพื้นฐานของ Jeppesen Charts
.
.
บริษัทการบินพาณิชย์ที่ก่อตั้งโดย Boeing ในช่วงทศวรรษ 1930
– ทำหน้าที่ขนส่งไปรษณีย์และผู้โดยสาร ระหว่างเมืองใหญ่
– ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของ United Airlines
Jeppesen ทำงานเป็นนักบินที่นี่ และต้องบินข้ามเทือกเขาร็อกกี้ในทุกสภาพอากาศ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง
แรงกดดันจากการบินในเส้นทางอันตราย คือแรงบันดาลใจให้เขาสร้าง “แผนที่การบินส่วนตัว” ซึ่งต่อมาคือ Jeppesen Charts
.
.
หนึ่งในโชว์เสี่ยงตายของนักบิน Barnstormer คือการให้คนเดินออกไปบนปีกของเครื่องบิน ขณะเครื่องบินบินอยู่กลางอากาศ
– มักทำเพื่อเรียกความตื่นเต้นและเพื่อขายตั๋ว
– Jeppesen เคยเป็นผู้ช่วยในคณะ Rankin’s Flying Circus และมีบทบาทในโชว์ประเภทนี้
แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นที่ยากลำบาก และความกล้าหาญในวัยหนุ่มของ Jeppesen
.
.
บริษัทที่ Jeppesen ก่อตั้งในปี 1934 จากบ้านของตนเองในรัฐโคโลราโด
– จุดเริ่มต้นคือการแจกสมุดโน้ตบันทึกทางบินของเขาให้กับเพื่อนนักบิน
– ต่อมาพัฒนาเป็น Airway Manual และ IFR Approach Charts ที่ได้รับความนิยมในสายการบินและกองทัพ
นี่คือจุดสูงสุดของชีวิตการทำงานของเขา และถือเป็น ‘มรดกทางปัญญา’ ที่นักบินทั่วโลกยังใช้กันอยู่จนถึงวันนี้
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
