สติสัมปชัญญะ กับ การบิน เป็นของคู่กัน เวลาบิน เราไม่ได้บังคับเครื่องอย่างเดียวเท่านั้น มันคือเรื่องของการตระหนักรู้ด้วย
(The Mind of Awareness: Pilots Don’t Just Fly, They Perceive)
.
“สุดยอดนักบิน ไม่ใช่แค่คนที่มีทักษะบังคับเครื่องได้เจ๋งที่สุด แต่คือนักบินที่มองเห็น สิ่งที่ผ่านไปแล้ว สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ และ สิ่งที่กำลังจะเกิด ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง”
.
ตำราการบินหยิบยกภาพถ่ายที่โด่งดังภาพหนึ่ง
.
เป็นภาพ ชายหนุ่มยิ้มแย้มถ่ายรูปใต้น้ำ โดยไม่รู้เลยว่า มีฉลามตัวโตอยู่ข้างหลังเขาเพียงแค่ไม่กี่เมตร
.
ภาพนี้ใช้อธิบายคำว่า ‘Situational Awareness’ หรือเรียกสั้นๆว่า SA ได้แจ่มชัดที่สุด
.
เราไม่สามารถหลบสิ่งที่เราไม่เคยเห็น
.
และเราไม่อาจรับมือกับสิ่งที่เราไม่ทันตระหนักว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
.
คำว่า ‘ตระหนัก’ แปลว่า รู้ชัด รู้แจ้ง
.
SA จึงแปลได้ว่า การตระหนักรู้สถานการณ์รอบตัว
.
แค่ ‘สติ’ คำเดียวไม่พอ ต้องมี ‘สัมปชัญญะ’ ด้วย
.
สติ คือ Mindfulness = รู้ทัน ณ ขณะนั้น
.
สัมปชัญญะ คือ Clear Comprehension = รู้รอบตัว รู้เท่า และเข้าใจ
.
หลายคนโฟกัสไปที่ ‘สติ’ ทว่า SA จะสมบูรณ์ต้องมี ‘สัมปชัญญะ’ ด้วย ซึ่งคำนี้ส่งผลต่อการตระหนักรู้อย่างมาก
.
สัมปชัญญะ มีอยู่ 4 อย่าง สามารถอธิบายในบริบททางการบินได้ดังนี้
.
1. สาตถกสัมปชัญญะ คือ Mission-Oriented Awareness หมายถึง รู้ว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร เช่น รู้ว่ากำลังลดระดับความสูงเพื่อจะลงจอด ไม่ใช่ลดความสูงเพียงเพราะ ATC บอก
.
2. สัปปายสัมปชัญญะ คือ Suitability Awareness หมายถึง รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ เช่น บินเข้าสภาพอากาศแปรปรวน ควรที่จะปรับลดความเร็วมาที่เท่าไหร่
.
3. โคจรสัมปชัญญะ คือ Task-Focused Awareness หมายถึง รู้หน้าที่ในขณะนั้น อยู่กับสิ่งที่ทำ เช่น ขณะ Taxi ก็รู้ว่า Taxi ไม่ได้คิดเรื่อง Landing
.
4. อสัมโมหะสัมปชัญญะ คือ Clarify in Action หมายถึง ไม่หลง ไม่สับสน มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน เช่น ไม่ตื่นตระหนกในสถานการณ์ฉุกเฉิน มองสถานการณ์ด้วยใจที่นิ่ง แล้วเริ่มประเมินทางเลือกในการตัดสินใจ
.
ดังนั้น SA จึงเป็นเรื่องของ “สติ + สัมปชัญญะ” ล้วนๆ
.
มันคงไม่ยาก ถ้าจะฝึกการกำหนดสติสัมปชัญญะบนพื้น แต่สำหรับนักบินแล้ว ต้องฝึก ‘สติ และมี สัมปชัญญะ’ บนอากาศ
.
.
ในหนังสือ KSA (Knowledge, Skills, Attitudes) ของ Bristow
อธิบายไว้ชัดว่า Situational Awareness คือความสามารถในการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบ
วิเคราะห์ผลกระทบ และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจ
.
ระดับของ SA คือ
.
รับรู้ ➤ ประเมิน ➤ คาดการณ์ ➤ ตัดสินใจ
.
ใหม่ๆบนอากาศ ศิษย์การบินมักจะโฟกัสกับแค่การบังคับเครื่อง พอบินเข้าขา Downwind ได้รับคำแนะนำในการร่อนลงจอดจาก ATC บอกทั้งทิศทางลม ความเร็วลม บางครั้งบอกด้วยว่ามีเครื่องไหนอยู่ใกล้เราบ้าง ที่ตรงไหน แล้วก็ “Cleared to Land”
.
ร้อยละ 99 ไม่มีใครฟังข้อมูลได้ครบ จับได้แค่คำเดียว คำว่า “Cleared to Land”
.
พอครูหันกลับไปถาม เมื่อกี้หอบอกลมเท่าไหร่นะ ความเร็วเท่าไร ทิศทางเท่าไร
.
ศิษย์ก็หน้าเหวอกันทุกคน หันมาสารภาพกันตรงๆว่า “ฟังไม่ทัน”
.
ฝึกไปเรื่อยๆ ต้องจับให้ทันทุกบริบท ทุกพยางค์ ทุกสิ่งแวดล้อมที่รายรอบ
.
เมื่อเราเริ่มชำนาญขึ้นจริงๆ สิ่งที่ท้าทายไม่ใช่แค่ รู้อาการเครื่องขณะบินและควบคุมมันได้คล่อง
.
แต่คือการรับรู้สถานการณ์พร้อมควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดรอบตัวเรา
.
.
นี่คือคำถามง่าย ๆ
.
แต่ในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยคลื่นวิทยุ เสียงเตือน สภาพอากาศที่เปลี่ยน และความกดดันของเวลา
.
สมองเราสามารถ ‘หลุด’ ออกจากปัจจุบันได้ง่ายมาก
.
.
SA ที่ดี คือการที่เรารับรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนใน 3 มิติดังต่อไปนี้
.
– มิติของพื้นที่ (ตำแหน่งของเครื่องบิน)
– มิติของเวลา (เราใช้เวลาไปเท่าไร เหลือเชื้อเพลิงแค่ไหน)
– มิติของสภาวะ (สภาพอากาศ ระบบของเครื่อง และคนรอบตัวเราเป็นอย่างไร)
.
.
หลายอุบัติเหตุทางอากาศเกิดขึ้นจากนักบินที่ “คิดว่ารู้” ทั้งที่ไม่ได้รู้จริง
.
เพราะพวกเขาไม่ได้ “ประเมินใหม่” เมื่อตัวแปรเปลี่ยน
.
หรือไม่ได้สังเกตสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่กำลังบอกว่า ..
.
มีบางอย่างผิดปกติ
.
“ถ้าเราบินโดยไม่ได้ประเมินสถานการณ์ซ้ำๆ ตลอดเวลา
.
เรากำลังฝากชีวิตไว้กับความหวังมากกว่าความเข้าใจ”
.
ย้อนกลับไปนึกถึงรูปคนกับฉลาม (ฉลามอยู่หลังคน) มันก็เหมือนนักบินกับฉลาม เราจะยิ้มอยู่ใต้น้ำ หรือจะมองเห็นอันตรายก่อนมันเข้ามาใกล้ ?
.
ภาพของชายที่ยิ้มให้กล้องโดยไม่รู้ว่าฉลามกำลังเข้าใกล้
.
เป็นบทเรียนว่า “ไม่รู้ตัว” อาจทำให้เราหมดโอกาสแก้ไขได้ทันการ
.
บางครั้งนักบินที่มี SA จะไม่รอให้ระบบเตือนดัง
.
แต่เขาจะสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในห้องนักบิน กลิ่น, เสียง, ความรู้สึกของแรงสั่น และเริ่มตั้งคำถาม
.
.
– วันนี้เราเห็น “สิ่งที่คนอื่นมองข้าม” กันไหม ?
– เรายังคงตื่นตัวกับสิ่งรอบตัวเหมือนเช่นวันแรกที่เรียนบินหรือไม่ ?
– หรือเรากำลังยิ้มให้กล้อง ในขณะที่ฉลามกำลังเข้าใกล้ ?
.
เพราะนักบินที่ ‘รับรู้ได้ก่อน ตระหนักได้เร็วกว่า’ จะมีโอกาสตัดสินใจได้ ‘เฉียบกว่า ดีกว่า และปลอดภัยกว่า’ เสมอ
.
ฝึก ‘สติ’ + ‘สัมปชัญญะ’ ได้ไวขึ้นเท่าไหร่ การหมุนวนของ SA ก็ยิ่งไวขึ้นเท่านั้น
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
