1. Emotional Regulation เปรียบเสมือน ‘เครื่องวัดความนิ่ง’ ของนักบิน
.
ในห้องนักบินมีเครื่องวัดหลายอย่าง เช่น เครื่องวัดความเร็ว (Airspeed Indicator) เครื่องวัดความสูง (Altimeter) สิ่งเหล่านี้คืออุปกรณ์บอกสถานะต่างๆของเครื่องบิน
แต่ Emotional Regulation คือ ‘เครื่องวัดสถานะความนิ่ง’ ของหัวใจและสมองของนักบิน
.
งานวิจัยจากศูนย์วิจัยเอมส์แห่งนาซา (NASA Ames Research Center – Dismukes ปี 2007) พบว่า ในภาวะฉุกเฉิน นักบินมักตอบสนองจาก ‘พฤติกรรมที่ฝึกจนเป็นนิสัย’ มากกว่าการวิเคราะห์สดๆ และถ้าอารมณ์อยู่ในภาวะความกดดันสูง ความสามารถในการดึงทักษะเหล่านั้นออกมาใช้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
.
ในอีกด้าน สถาบันเวชศาสตร์การบินพลเรือน Civil Aerospace Medical Institute (CAMI) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการแพทย์การบินของ FAA ได้ศึกษาแล้วพบว่า ความตื่นตระหนก (Panic) สามารถลดการทำงานของสมองส่วน Prefrontal cortex (ส่วนที่ใช้ในการวางแผนและตัดสินใจ) ได้ถึง 40% ภายในเวลาไม่กี่วินาทีแรกของเหตุการณ์
.
ในบริบทของการบิน มันบ่งบอกว่า หากนักบินไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ทักษะที่ฝึกมานับร้อยนับพันชั่วโมงก็อาจ ‘ถูกล็อก’ และใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
.
…..
.
2. เหตุการณ์จริงที่ Emotional Regulation ชี้เป็นชี้ตายมาแล้ว
.
– US Airways Flight 1549 (2009) ‘ กัปตัน เชสลีย์ ซัลเลนเบอร์เกอร์ (Chesley Sullenberger) สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างดีภายหลังจากเครื่องชนกับฝูงนกขณะบินอยู่เหนือมหานครนิวยอร์ก ทำให้เครื่องยนต์ทั้งสองข้างดับ เขาตัดสินใจนำเครื่องร่อนลงแม่น้ำฮัดสันได้สำเร็จ ผู้โดยสารและลูกเรือ 155 คนรอดชีวิตทั้งหมด
.
– Qantas Flight 32 (2010) – กัปตัน ริชาร์ด เดอ เครสปิกนี (Richard de Crespigny) เผชิญเหตุเครื่องยนต์หมายเลข 2 ของ Airbus A380 ระเบิดหลังจากวิ่งขึ้นจากสิงคโปร์ได้ประมาณ 4 นาที เศษชิ้นส่วนทำลายระบบหลายส่วนของปีกซ้าย มีสัญญาณเตือนบน ECAM กว่า 50 รายการ แต่ยังสามารถบริหารสถานการณ์และทีมงานได้อย่างเป็นระบบ และนำเครื่องกลับลงจอดได้อย่างปลอดภัย
.
– British Airways Flight 9 (1982) หรือ Jakarta Incident – เครื่อง Boeing 747-236B กำลังบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปเพิร์ธ ผ่านน่านฟ้าอินโดนีเซียตอนกลางคืน เครื่องยนต์ทั้ง 4 เครื่องดับพร้อมกัน เพราะบินผ่านเถ้าภูเขาไฟกาเลอรัง (Galunggung) เหนือเกาะชวา กัปตัน อีริก มูดี (Eric Moody) และลูกเรือ สามารถควบคุมอารมณ์และปฏิบัติตามขั้นตอนจนสามารถรีสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ และนำเครื่องลงจอดที่จาการ์ตาได้สำเร็จ
เหตุการณ์เหล่านี้กลายเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจอย่างเป็นระบบภายใต้แรงกดดันสูง
.
…..
.
ทั้งสามกรณีนี้บ่งบอกว่า Emotional Regulation ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทักษะเสริม แต่มันเปรียบเสมือน ‘Runway ภายในจิตใจ’ ที่ช่วยให้การตัดสินใจนั้น เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำภายใต้แรงกดดันมหาศาล
.
…..
.
3. หลักการฝึก Emotional Regulation สำหรับนักบินมีอะไรบ้าง
.
3.1 Pre-flight Mindset Check
.
ก่อนเริ่มบิน ให้ตรวจสอบ ‘สภาพจิตใจ’ เหมือนที่ตรวจตาม Pre-flight Checklist เป็นประจำ
.
– ถามตัวเองว่า “วันนี้เราพร้อมที่จะวางเรื่องรบกวนใจที่มีไว้ข้างหลังหรือไม่ ?”
– ใช้เทคนิค STOP ได้แก่ Stop (หยุด) / Take a breath (สูดลมหายใจ) / Observe (สังเกต) / Proceed (ดำเนินต่อไป)
.
3.2 Breathing as Autopilot
.
ฝึกการหายใจแบบ 4-4-4 (หายใจเข้า 4 วินาที, กลั้น 4 วินาที, ผ่อนออก 4 วินาที) เพื่อกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก เทคนิคนี้มีประโยชน์มาก เพราะช่วยลดความตึงเครียดได้ทันที
.
3.3 Cognitive Reframing
เปลี่ยนมุมมองของเหตุการณ์จากความคิดที่ว่า ‘นี่คือภัยคุกคามที่น่ากลัว’ เป็น ‘นี่คือสถานการณ์ที่เราเคยฝึกรับมือมาแล้ว’ เพื่อให้สมองส่วนคิด (Prefrontal cortex) ทำงานแทนสมองส่วนสู้ นิ่ง หรือหนี
.
3.4 Simulation Under Pressure
ฝึกใน Simulator โดยเพิ่มตัวแปรในด้านความกดดัน เช่น บีบเวลาให้จำกัด, ใส่ปัญหาเชิงซ้อน หรือใส่สภาพอากาศเลวร้าย เพื่อสร้าง ‘วัคซีนทางอารมณ์’ (Emotional Inoculation)
.
3.5 Debrief Emotional Response
หลังการบิน ให้บันทึกและวิเคราะห์ปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตัวเอง เช่น ตอนนั้นเรารู้สึกอะไร ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ฝึกให้เป็นประจำสม่ำเสมอ
….
ข้อคิดสำหรับเรื่องนี้คือ
.
แม้เราไม่สามารถควบคุมพายุภายนอกได้ แต่เราควบคุมพายุในใจได้เสมอ
<You cannot control the turbulence outside, but you can control the turbulence inside.>
.
แนวคิดนี้ใช้ได้ดีทั้งบนท้องฟ้าและในชีวิตจริง
.
บนท้องฟ้า ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เจอพายุ จะไม่พบกับสิ่งไม่คาดฝัน
.
แต่ถ้าเราควบคุมพายุร้ายภายในใจได้ เราก็จะพาเครื่องและชีวิตผ่านทุกสถานการณ์ไปได้ด้วยดี
.
เช่นนี้แล้ว Emotional Regulation จึงถือได้ว่า เป็น ‘เครื่องวัดความนิ่ง’ ของนักบินทุกคน ใครนิ่งกว่า คุมอารมณ์ได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบกว่าในทุกสถานการณ์
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
