Skip to content

Critical Thinking ในบริบทของการบิน

โดยทั่วไป Critical Thinking มีหลายคำนิยาม บ้างให้ความหมายว่า คือ การคิดอย่างรอบคอบและเป็นระบบ
.
สายปรัชญาบอกว่า Critical Thinking คือการคิดเชิงวิพากษ์
.
สายจิตวิทยาบอกว่า Critical Thinking หมายถึง การคิดอย่างมีวิจารญาณ
.
แล้วการบินล่ะ คำนี้คืออะไร
.
หากจะให้สรุปเป็นสมการสั้นๆ สามารถถอดสมการของคำว่า Critical Thinking ได้ดังนี้
.
Critical Thinking = TEM + SA + DM
.
ใครเป็นนักบินหรือกำลังเรียนบินอยู่อาจเข้าใจความหมายของตัวย่อในสมการแล้ว และถ้าคิดว่าสามารถถอดรากเหง้าของทุกตัวแปรได้ทะลุปรุโปร่ง ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อก็ได้
แต่ถ้าใครไม่ใช่นักบิน และอยากรู้ลึกเพื่อเพิ่มรอยหยักของสมอง ก็ลองอ่านกันดู อ่านฟรี ไม่เสียตังค์
.
….
เมื่อความคิด เปรียบได้กับเข็มทิศของชีวิต
.
ไม่ว่าเราจะทำงานสาขาอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราต้องใช้มันตลอดเวลา โดยไม่รู้ตัว ก็คือ ‘ความคิด’
.
ใครๆก็ ‘คิดได้’ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ ‘คิดอย่างแยบคายเป็น’
.
ในโลกของการบิน 80% ของอุบัติเหตุเกิดจากความผิดพลาดทางความคิดของมนุษย์ล้วน ๆ
.
ตำราการบินได้อธิบายสามเสาหลักของการคิดเอาไว้ การทำงานของสมองตลอดระยะเวลาที่นักบินอยู่บนท้องฟ้า สมองต้องประมวลผลครบองค์ประกอบของ 3 สิ่งหลัก และต้องทำงานประสานกันอย่างลงตัว สามสิ่งนั้นได้แก่
.
1. TEM (Threat and Error Management)
.
คือการจัดการกับสิ่งคุกคามและข้อผิดพลาด
เห็นก่อน => ป้องกัน
พลาดแล้ว => แก้ไข
บริหารสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ได้อย่างทันท่วงที
สรุปสั้นๆได้ว่า
.
“Threat Management is managing your future. Error Management is managing your past.”
.
2. SA (Situational Awareness)
.
คือ สติ + สัมปชัญญะ
รู้ว่าเรากำลังเผชิญอะไรอยู่
รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน
เกิดอะไรขึ้นมาแล้วบ้าง
กำลังจะเกิดอะไร
เรามีตัวเลือกอะไรบ้าง
SA ไม่ใช่แค่ ‘มองเห็น’ แต่คือ การเข้าใจภาพรวม และคาดการณ์อนาคตได้
.
3. DM (Decision Making)
.
การตัดสินใจที่ดี ต้องมี “ข้อมูล + เวลา + การควบคุมอารมณ์”
ในทางจิตวิทยาการบิน ได้แบ่งการตัดสินใจออกเป็น 3 แบบ ได้แก่
– Rule-based คือ การตัดสินใจบนพื้นฐานที่มีขั้นตอนตายตัว เช่น หากเครื่องยนต์ดับ ก็ต้องทำตามเช็กลิสต์ ไฟไหม้เครื่องยนต์ก็ต้องทำตามเช็กลิสต์ มีลำดับ มีขั้นตอนบอก
– Choice-based คือ การตัดสินใจภายใต้ปัจจัยทีมีหลายทางให้เลือก เช่น จะเลี่ยงพายุไปทางไหน จะไปต่อหรือไปสนามบินสำรองหรือกลับสนามบินต้นทาง
– Creative-based คือ การตัดสินในที่ไม่มีวิธีที่แน่ชัด ต้องใช้เทคนิคคิดนอกกรอบภายใต้เวลาที่จำกัด อย่างเช่นกรณี Hudson River landing
.
…..
.
คำถามคือ แล้ว Critical Thinking อยู่ตรงไหน?
.
Critical Thinking คือแกนกลางที่ผสาน TEM + SA + DM เข้าด้วยกัน
.
มันคือการคิดอย่างมีระบบ มีวินัย มีเป้าหมาย และสามารถตรวจสอบได้
.
มันคือการคิดที่สามารถคุมจิตใจของเราเองได้
.
“Critical thinking is the quality control of the mind.”
.
ในห้องนักบิน นักบินที่คิดเป็น
.
– จะไม่ตัดสินใจจากความกลัว
– จะไม่ทำอะไรเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป
– จะกล้ารับฟังเสียงเตือนแม้มาจากนักบินผู้ช่วยที่มีอาวุโสน้อยกว่า
.
นอกห้องนักบิน คนทั่วไปในแต่ละอาชีพก็ต้องฝึกเรื่องการคิดนี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
.
– เรากำลังซื้อของเพราะอยากได้จริงๆ หรือกำลังถูกโฆษณาหลอกล่ออยู่ ?
– เราตัดสินใจเรื่องงานจากข้อเท็จจริง หรืออารมณ์ ?
– เราเชื่อข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือแชร์เพราะ ‘มันตรงกับสิ่งที่อยากให้เป็นจริงๆ’
.
คนที่คิดโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองคิดอยู่บนพื้นฐานของอะไร คิดโดยไม่คุมใจของเราเอง ปล่อยให้ความคิดล่องลอย ก็เปรียบได้ว่า พวกเขากำลังฝากชีวิตไว้กับระบบช่วยบินอัตโนมัติ แล้วก็บินไปโดยไร้จุดหมายปลายทาง
ต่อไปนี้คือ 4 เทคนิคการฝึก Critical Thinking แบบง่ายๆ
.
1. ถามตัวเองก่อนที่จะเชื่ออะไร
จริงไหม? ข้อมูลมาจากไหน ?
มีมุมอื่นที่เป็นไปได้หรือไม่ ?
.
2. มองให้รอบด้าน
ถ้าคิดผิดล่ะ จะเป็นไง ?
มีใครเห็นต่างกับเราบ้างไหม ?
แล้วเขาคิดอย่างไร ?
.
3. ประเมินผล
สิ่งที่ทำไปจะนำไปสู่อะไรบ้าง ?
จะทำให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร ?
.
4. เขียนบันทึกหลังเหตุการณ์ (Debrief)
อะไรดี อะไรพลาด อะไรน่าคิด อะไรน่าจดจำ การเขียนก็คือการฝึกคิดอย่างหนึ่ง
.
…..
.
ชีวิตเรา ก็เหมือนกับการบินจริงๆที่ไม่มีซิมูเลเตอร์ให้ลองผิดลองถูก ไม่มีปุ่ม Reset ไม่มีปุ่ม Undo ให้กด
.
คิดผิดเมื่อไหร่ ผิดแล้ว ผิดเลย ทางแก้คือต้องรีบคิดใหม่ คิดแก้ไข คิดหาทางรอด
.
เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะ ‘คิดอย่างแยบคาย’ ก่อนที่จะเราจะพลาด
.
อันที่จริง หลักการคิดนี้ ในทางพุทธก็สอนเรื่อง ‘โยนิโสมนสิการ’ เอาไว้ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักการคิดในบริบทของการบินได้เป็นอย่างดี (ผู้เขียนเคยเขียนบทความเรื่องนี้แยกเอาไว้ต่างหาก แนะนำหาอ่านได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์)
.
โดยสรุป TEM ก็ดี SA ก็ดี DM ก็ดี ล้วนแล้วแต่อยู่ในสมการของ Critical Thinking ทั้งสิ้น
.
เปรียบได้กับเวทีที่ Critical Thinking จะได้แสดงฝีมือ ถ่ายทอดผลลัพธ์ของการคิดนั้นออกมา หากไม่มี Critical Thinking ทั้งสามส่วนนั้น (TEM + SA + DM) ก็อาจเป็นแค่ ‘กระบวนการตามสูตร’ ที่ไม่สามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้
.
เพราะเวลาอยู่หน้างานจริง มันไม่เหมือนนั่งอยู่บนโต๊ะแล้วกาข้อสอบกระดาษ
.
บนฟ้า สถานการณ์มันกดดันมากกว่าหลายเท่านัก
.
ระบบการคิดใคร่ครวญอย่างแยบคายนี้ ต้องฝึกให้เชี่ยวชาญ ผสาน TEM SA และ DM เอาไว้ให้ลงตัว
.
เมื่อใช้คล่องแล้วแล้วจะรู้สึกว่า
.
ชีวิตนั้นง่ายขึ้นเยอะเลย
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *