ความปลอดภัยต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนเสมอ คำว่า IMSAFE เป็นคำสั้นๆ ที่นักบินทุกคนต้องเคยได้ยิน และถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ฝึกบินครั้งแรก .. แต่เชื่อว่า หลายคนลืมไปแล้ว พอปีกแข็งแรง ออกไปท่องยุทธจักร .. รอยหยักนี้ก็มักจะค่อยๆเจือจางไป
.
แต่ถ้าใครยังท่องคาถานี้ก่อนขึ้นบินอยู่เสมอ รับประกันได้ว่า อย่างน้อยเราก็ได้อุดช่องโหว่ของความผิดพลาดในเรื่องปัจจัยมนุษย์ได้ในชั้นแรกแล้ว
.
ไม่มีใครปฏิเสธว่า แม้เครื่องบินพร้อม เฮลิคอปเตอร์พร้อม แต่ถ้านักบินไม่พร้อม .. เที่ยวบินก็ย่อมไม่เกิด
.
นักบินก็คือมนุษย์ธรรมดา ที่ถูกฝึกมาในศาสตร์เฉพาะ แต่ถึงจะฝึกมาอย่างดีขนาดไหน ก็มีวันที่เราเจ็บป่วยได้ มีวันที่เครียด มีวันที่รู้สึกล้า มีคืนที่หลับไม่เต็มอิ่ม และอื่นๆอีกสารพัด
.
คำง่ายๆ ที่ไม่มีวันตกยุค คำว่า IMSAFE คือส่วนผสมของหัวข้อสำคัญที่นักบินใช้ประเมินตัวเองก่อนขึ้นบิน เป็นการ ‘เช็กสภาพจิตใจและร่างกาย’ ว่าเราพร้อมจริงหรือเปล่า
.
ตัวอักษรต่างๆ คือตัวแทนของคำถาม 6 ข้อ ที่เราจะถามตัวเองก่อนขึ้นบิน ต่อไปนี้คือคำอธิบาย
.
I มาจาก Illness – สำรวจตัวเองว่าป่วยไหม มีอาการไม่สบายอะไรบ้าง เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง หรือ ปวดหัว
.
M มาจาก Medication – กินยาอะไรอยู่ไหม
.
ยาที่ทานมีผลข้างเคียงกับการบินหรือไม่
.
S มาจาก Stress – เครียดไหม
.
มีเรื่องกังวลใจอะไรบ้าง ความเครียดส่งผลให้หลุดโฟกัสได้ง่าย เพราะบางครั้งใจลอย ไม่มีสมาธิ ส่งผลให้สมองประมวลผลช้า
.
A มาจาก Alcohol – ดื่มแอลกอฮอล์ไหม
.
ดื่มในช่วง 8 ชั่วโมงก่อนบินรึปล่าว หรือยังรู้สึกว่ามีฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ตกค้างอยู่ในตัวไหม (แต่ละคนมีการเผาผลาญพลังงานต่างกัน)
.
F มาจาก Fatigue – เหนื่อยล้าไหม
.
พักผ่อนไม่พอ ง่วง หรือมีภาวะล้าทางใจหรือไม่
.
E มาจาก Eating และ Emotion – กินข้าวหรือยัง? และ อารมณ์เป็นอย่างไรบ้าง?
.
อย่าให้ท้องว่างแล้วไปบิน เพราะสมองต้องการพลังงานจากสารอาหารเอาไว้ตัดสินใจ ส่วนเรื่องอารมณ์ เราต้องพิจารณาตัวเอง รู้ตัวเองว่าอยู่ในภาวะเศร้า โกรธ กังวล หรือฟุ้งซ่านอยู่หรือเปล่า
.
.. นักบินต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ยิ่งถ้ารู้ว่าจะต้องไปบิน เราต้องสลัดทิ้งทุกเรื่องที่ทำให้อารมณ์เราไม่มั่นคง ทิ้งมันออกไปให้หมด
….
หลายเรื่องของคำถาม 6 ข้อนั้น ล้วนส่งผลต่อการบินทุกข้อ เช่น เรื่องการนอน และความเครียด
.
ดร. เอ วิลเลียมสัน และ ดร. เอ.เอ็ม ฟายเออร์ สองนักวิจัยด้านสมรรถภาพของมนุษย์และความปลอดภัยในการทำงานเคยอธิบายว่า การนอนไม่พอเพียงแค่ 1 คืน สมองจะทำงานเทียบเท่ากับคนที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 0.10%
.
นั่นหมายความว่า .. นักบินที่ตื่นนานๆ โดยไม่พักเลย อาจมีระดับสติสัมปชัญญะไม่ต่างจากคนเมา
.
ในขณะเดียวกัน ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ยังส่งผลให้สมองส่วน Prefrontal Cortex ที่ใช้ในการวางแผนและตัดสินใจ ถูกลดประสิทธิภาพการทำงานลง และไปกระตุ้นสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) ให้ทำงานแบบ นิ่ง หนี และ สู้ (Freeze, Fight, Flight Mode)
.
หากสมองเข้าสู่โหมดนี้ จะยิ่งลำบาก โดยเฉพาะกับสถานการณ์ที่ต้องใช้สติและการประเมินสิ่งต่างๆด้วยความแม่นยำ
.
นักปีนเขาที่มีเชือกปีนเขาที่แข็งแรงที่สุด มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด มีรองเท้าที่เกาะพื้นผาได้แน่นที่สุด
.
แต่ถ้าวันนั้นร่างกายเจ็บป่วย อิดโรยอ่อนล้า
.
โอกาสตกเขาย่อมมีสูงกว่าคนธรรมดาที่มีสภาพที่พร้อมกว่า
.
การบินก็เช่นกัน จะเก่งกาจขนาดไหนก็พลาดได้
.
หากมองข้าม ‘ความไม่พร้อมเล็กๆ’ เหล่านี้
.
บริษัทการบินชั้นนำของโลก เริ่มหันมาเน้น Wellbeing ของนักบิน (ภาวะสุขภาวะโดยรวม) ครอบคลุม 4 ด้านคือ สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาวะอารมณ์ ปัจจัยด้านชีวิตส่วนตัวและอารมณ์ .. มีการประเมินความพร้อมแบบองค์รวม
.
มีระบบ Peer Support ให้เพื่อนนักบินดูแลกัน
.
มีโปรแกรม Mental Health Assessment ก่อนบิน
.
และที่สำคัญ มีวัฒนธรรมที่ไม่ตำหนินักบินที่ ‘บอกว่าตัวเองไม่พร้อมบิน’
.
….
.
IMSAFE ไม่ใช่แค่เช็คลิสต์ ไม่ใช่แค่คำเก๋ๆบนป้ายใหญ่ๆที่เอาวางไว้รณรงค์เรื่องความปลอดภัย .. เพียงอย่างเดียว
.
เพราะมันจะไร้ค่า ถ้าแค่มี แค่เห็น แล้วไม่เอาไปใช้จริง
.
ความปลอดภัยของเที่ยวบินหนึ่งๆ จึงเริ่มต้นจาก ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองก่อน และคำถาม 6 ข้อของคำว่า IMSAFE นี้ .. ใช้ถามตัวเอง ตอบตัวเอง ดังนั้นเราจึงต้อง ‘ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง’
.
จะเรียกมันว่าคาถาก็ได้ คาถานี้ขลังนะ ถ้าใช้อย่างจริงจังและไม่โกหกมัน
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
