<ว่าด้วยเรื่อง Distraction และ Rabbit Hole>
.
Distraction ในบริบทของการบินคือ ‘สิ่งที่มารบกวนนักบิน’ หมายถึง สิ่งก่อกวนใจ เป็นสิ่งที่ทำให้เราสูญเสียสมาธิในการทำงานที่อยู่ตรงหน้าให้สำเร็จลุล่วง
มีประโยคนึงว่าไว้
.
“Distraction doesn’t scream. It whispers.”
<Distraction ไม่ได้ตะโกน มันเพียงกระซิบ>
.
เสียงกระซิบมันเบา .. และมันล่อตาล่อใจเราชนิดที่ทำให้หลายคนลืมไปว่า .. มันน่ากลัว
.
ความผิดพลาดในห้องนักบินหลายต่อหลายครั้ง .. ไม่ได้เริ่มจากเหตุการณ์ใหญ่ๆ แต่มักเริ่มจากอะไรเล็กๆ เช่น “แค่ก้มเก็บปากกา” หรือ “แว่บไปดู iPad ซักแป๊บ” หรือ เผลอทำอะไรบางอย่างเพลิน ก่อนที่จะบินเลยสนามบินไป 100 กว่าไมล์ โดยไม่รู้ตัว (เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆนะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง)
Rabbit Hole คืออะไร?
.
ในทางจิตวิทยา Rabbit Hole คือคำเปรียบเปรยถึงการหลุดเข้าสู่ “ห้วงความสนใจแคบๆ”
.
จุดเริ่มต้นที่ดูเผินๆแล้ว ไม่เป็นพิษเป็นภัย เช่น ตั้งใจจะเข้าเว็บไซต์หนึ่ง แล้วเผลอกดเข้าไปในอีกเว็บหนึ่ง แล้วดิ่งลึกจนลืมเป้าหมายหลักว่าทีแรกตั้งใจจะหาข้อมูลอะไร
.
ในโลกของการบิน Rabbit Hole จึงเป็นสภาวะของการหลุดลึก สติและสมาธิของนักบินถูกดูดเข้าไปสู่โพรงที่ลึกโดยไม่รู้ตัว
.
ตัวอย่างเช่น
.
– การทำงานบนโน้ตบุ๊กส่วนตัวระหว่างบิน (กรณีอุบัติเหตุ Northwest Flight 188)
– การตั้งค่าความถี่ผิด แล้วจดจ่อกับการแก้ไขความถี่ จนละเลยการคอนโทรลความเร็วและท่าทางของเครื่องในขณะนั้น
– การถกเถียงปัญหากันในห้องนักบิน แล้วลืมเช็ค landing gear
.
เหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วคือ การบินเลยสนามบินไปกว่า 150 ไมล์ เพราะหลงเข้าไปอยู่ในโพรงกระต่าย (แค่เปรียบเปรย)
ปี 2009 นักบินของ Northwest Airlines เที่ยวบิน 188 บินจากซานดิเอโก (San Diego) ไป มินเนอาโปลิส (Minneapolis) แต่บินเลยสนามบินปลายทางไปถึง 150 ไมล์
.
เพราะนักบินสองคนกำลังใช้โน้ตบุ๊กส่วนตัวจัดการตารางงาน
.
รายงานของ NTSB (National Transportation Safety Board) และบทวิเคราะห์ของ WSJ (The Wall Street Journal) ระบุว่า “นักบินหลุดเข้าสู่ภาวะความสนใจที่จำกัด (Cognitive Narrowing) และขาดการตระหนักรู้ในสถานการณ์ (Loss of Situational Awareness)”
.
….
.
เมื่อสมองของเรา ‘จมดิ่ง’ โดยไม่รู้ตัว
.
งานวิจัยของ แดเนียล คาห์เนอมัน Daniel Kahneman (เจ้าของรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ Thinking, Fast and Slow) อธิบายว่า
สมองมนุษย์มี 2 ระบบการคิดได้แก่
.
– System 1 เร็ว อัตโนมัติ ตอบสนองไว
– System 2 ช้า มีเหตุผล ใช้สมาธิ
.
ดูเหมือนว่า System 2 จะดูดีกว่า เพราะเป็นการใช้สมองด้วยระบบเหตุผล มีสมาธิ .. ทว่า มันก็มีด้านมืดของมัน
.
Rabbit Hole เกิดขึ้นเมื่อ System 2 ถูกดูดเข้าไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กรณีนักบินสองคนช่วยกันหาสาเหตุของสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยใช้เวลานานมากไปแล้วเกิดมีข้อขัดข้องอื่นแทรกเข้ามา
.
ซึ่งดูเหมือนว่า การพยายามคิดเพื่อความปลอดภัยในสิ่งที่เผชิญตรงหน้านั้น ดูเหมือนจะดี แต่ในขณะนั้น ระบบการรับรู้ภาพรวม (Big Picture Awareness) ถูกปิดสวิตช์ไปโดยไม่รู้ตัว
.
ดร.เอิร์ล เค. มิลเลอร์ (Dr. Earl Miller) นักประสาทวิทยา ประจำสถาบัน MIT บอกไว้ว่า
.
“The human brain cannot truly multitask.
When we think we’re multitasking, we’re actually just shifting focus rapidly.”
(สมองมนุษย์ไม่สามารถทำหลายอย่างพร้อมกันได้ ที่เราคิดว่าทำหลายอย่างพร้อมกันนั้น ความจริงคือ เราแค่สลับสมาธิไปมาอย่างรวดเร็วแค่นั้นเอง)
.
และทุกๆการ ‘สลับสมาธิ’ คือจุดที่ทำให้เกิด Mistake (ความผิดพลาด) และ Missed Cue (พลาดสัญญาณเตือน)
.
กรณีเที่ยวบิน Northwest 188 ที่บินเลยสนามบินปลายทางไปกว่า 150 ไมล์นั้น นักบินไม่ได้ตอบวิทยุนานถึง 77 นาที จนศูนย์ควบคุมต้องส่งเครื่องบินทหารขึ้นสกัด
.
เมื่อสอบสวน นักบินให้การว่า “มัวแต่ตั้งใจจัดตารางงาน”
.
นี่คืออันตรายของ ความจดจ่อที่ผิดจังหวะ
.
ในห้องทำงานบนท้องฟ้า สมาธิที่ผิดที่ผิดทาง เปรียบได้กับความหลงลืมที่ร้ายแรง
.
ไม่ใช่แค่ความวอกแวกที่อันตราย แต่ ความตั้งใจที่มากเกินไปกับเรื่องที่ไม่ใช่ .. ก็อันตรายเช่นกัน
.
เหมือนนักดาบที่ฝนคมดาบอยู่กลางสนามรบ
.
แต่ไม่รู้ว่าว่าศัตรูบุกเข้ามารอบด้านแล้ว
.
จากรายงานของ Flight Safety Foundation ปี 2017 บอกว่า มากกว่า 70% ของอุบัติเหตุการบิน เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ และในจำนวนนั้น กว่า 60% ที่มีปัจจัยร่วมคือเรื่องของ Distraction (ส่วนใหญ่เกิดในช่วง Takeoff, Approach และ Landing)
.
แล้วเราจะรับมือกับ Distraction กันอย่างไรดี
.
แม้เราจะไม่สามารถกำจัดสิ่งรบกวนได้ทั้งหมด แต่เราสามารถ ‘ฝึกตัวเอง’ และ ‘ออกแบบพฤติกรรม’ เพื่ออยู่ร่วมกับมันได้อย่างปลอดภัย
.
ต่อไปนี้คือ 3 กลยุทธ์ที่นักบินควรรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้สมาธิหลุดจากการบิน
.
1. ใช้กฎ ‘Rule of Three’
.
กฎง่ายๆ ที่ช่วยดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
.
ทุกๆ 3 นาที ให้หมั่นเช็กตัวเองกับ 3 หลักการนี้เสมอ หลักที่ชื่อว่า Aviate – Navigate – Communicate
.
1) บินก่อน (Aviate) – ควบคุมเครื่องให้อยู่ในสภาพมั่นคง ปรับท่าทาง ความเร็ว ความสูง พูดง่ายๆคือ เอาเครื่องให้อยู่ก่อนอันดับแรก
2) นำทาง (Navigate) – รู้ตำแหน่งตัวเอง รู้ว่าควรไปทางไหน ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือยัง
3) สื่อสาร (Communicate) – ติดต่อวิทยุเมื่อพร้อม ไม่ต้องรีบพูดหากยังไม่แน่ใจอะไร
.
2. ใช้ กฎ 8T – แนวทางป้องกันอาการหลุดโฟกัสของนักบิน
.
นักบิน IFR จะถูกสอนให้รู้จักกฎ ‘6T’ ดี (Turn, Time, Twist, Throttle, Talk, Track)
.
แต่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้เวลาบินด้วยกฎ VFR ก็ได้ .. เรานำตัว T อีกสองตัวมาเสริมให้ครอบคลุม เพื่อ ‘กันหลุด’ กลายเป็น 8T ดังนี้
.
1) Turn – เลี้ยวไปยัง Heading ใหม่ตามแผนหรือคำแนะนำล่าสุดรึยีง
2) Time – จับเวลาการบินขาแต่ละขา หรือได้ตรวจสอบเวลาที่จะถึงปลายทางรึยัง
3) Twist – ปรับเส้นทางที่จะไปให้ตรงกับ Radial ที่ต้องการรึยัง
4) Throttle – ใช้กำลังเครื่องยนต์และความเร็วได้ตามแผนหรือไม่
5) Talk – รายงานตำแหน่ง หรือสื่อสารกับ ATC ได้ครบถ้วนไหม
6) Track – ตรวจสอบตำแหน่งตนเองบนเส้นทางว่าถูกต้อง
7) Tune – ตรวจสอบความถี่ที่ตั้งไว้ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ถูกต้องหรือไม่
8) Tank – หมั่นเช็กน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลา
.
หมั่นเรียกทวน 8T ในหัวของเรา มันจะช่วยพาเราให้กลับเข้าสู่โหมดโฟกัสได้ทันที โดยไม่ปล่อยให้หลงประเด็นใดนานเกินไป
.
3. ใช้กฎ Sterile Cockpit ในช่วงวิกฤต
.
กฎนี้มีใช้ในทุกสายการบิน นักบินทั่วไปก็นำไปใช้ได้ การสร้างโซนปลอดสิ่งรบกวนในช่วงเวลาวิกฤตนั้นสำคัญ กฎนี้นำไปใช้ได้ทุกครั้งที่ทำการบิน เพราะช่วงเวลา Takeoff / Approach / Landing เป็นช่วงเวลาที่นักบินต้องใช้สมาธิสูงมาก
.
Sterile Cockpit หมายถึง
.
– ไม่พูดเรื่องที่ไม่จำเป็น
– ไม่ยุ่งกับสิ่งอื่น เช่น สมาร์ตโฟน หรือ เอกสารที่ไม่เกี่ยวข้อง
– ไม่คุยเรื่องส่วนตัว
.
….
บางครั้งในชีวิตจริงก็มี Rabbit Holes เช่นกัน
.
ไม่ใช่แค่ในห้องนักบิน แต่ชีวิตประจำวันของเราก็รายล้อมไปด้วย ‘โพรงกระต่าย’ เช่น
.
– เปิด YouTube ไปคลิปเดียว ตั้งใจจะนอนสี่ทุ่ม มารู้ตัวอีกทีตอนตีสาม
– เรียนหนังสืออยู่ดีๆ ไลน์เด้งมา แล้วเปิดอ่านข้อความ มารู้ตัวอีกทีก็พลาดสาระสำคัญที่ครูสอนไปซะแล้ว
– ทำ To-do list ไว้ซะดิบดี พอเอาเข้าจริง กลับไม่ได้เริ่มอะไรเลยสักอย่าง
….
Distraction (สิ่งรบกวน) ไม่ได้น่ากลัว เพียงแค่ส่งเสียงกระซิบหวานๆใส่
.
แต่มันน่ากลัวเพราะมันแผ่วเบา จนดูเหมือนว่าไม่มีอะไร
.
Distraction ก็คือสิ่งกระตุ้นให้หลุด ส่วน Rabbit Hole คือสภาวะของการหลุดลึกเข้าไปแล้ว
.
ในโลกของการบิน หรือแม้แต่ในชีวิตจริง เวลาถูกหลอกล่อ ถูกทำให้ต้องเบี่ยงเบนความสนใจในสิ่งสำคัญรอบตัวออกไป .. ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า อย่าเผลอเดินหลงเข้าไปใน ‘โพรงกระต่าย’ โดยไม่รู้ตัว
.
เพราะถ้าหลงเข้าไปแล้ว บางครั้งมันหาทางออกยาก พอหลงแล้วหลงเลย .. กลับออกมาไม่ได้แล้วมันจะน่ากลัวมาก ..
.
ฉะนั้น อย่างหลงเข้าไปเด็ดขาด มันไม่คุ้มเลย
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
