Skip to content

ความสำคัญของการเขียน Hazard Report

Hazard แปลว่า อันตราย และคำๆนี้ ไม่มีใครชอบ ฟังแล้วรู้สึกถึงความเสี่ยง มันน่ากลัว
.
ในวงการบินเราให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยสูงสุด และเราสนับสนุนการเขียนรายงานอะไรก็ตามที่เราพบ ที่เราเห็น และเราคิดว่ามันน่าจะอันตราย
.
เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเท่านั้น แต่บางคนลังเลที่จะเขียนรายงาน เพราะกลัวจะดูเป็นคนเรื่องมาก
.
กลัวเพื่อนร่วมงานไม่พอใจ หรือกลัวว่าผู้บริหารจะเพ่งเล็ง .. นั่น อยู่ที่ว่าเขาอยู่ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบไหนกัน
.
แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจคือ
.
“Hazard Report ไม่ใช่การฟ้อง แต่มันคือการป้องกัน”
.
มันไม่ใช่การตำหนิใคร แต่มันคือการเตือนล่วงหน้า เพื่อให้อากาศยานลำถัดไป ไม่เจอปัญหาแบบที่เราเพิ่งเจอ เพื่อให้นักบินคนต่อๆไป ไม่ต้องบินผ่านกับดักเดียวกันกับที่เราเพิ่งพบมา หรือเพื่อให้เพื่อนพนักงานได้ปลอดภัยจากอันตรายที่เราพบเห็น
.
อะไรคือ Hazard ในบริบทของการบิน ?
.
Hazard หมายถึง สภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขใดๆ ที่มีศักยภาพจะก่อให้เกิดอันตรายได้
.
ไม่ว่าจะเป็นข้อขัดข้องของอากาศยาน
.
พฤติกรรมเสี่ยงของเจ้าหน้าที่
.
สัตว์บนรันเวย์
.
หรือแม้กระทั่ง การสื่อสารที่คลุมเครือระหว่างนักบินกับ ATC
.
สิ่งเหล่านี้คือ Hazard
.
เพราะแม้มันยังไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุวันนี้
.
แต่มันคือ ‘สัญญาณเตือนล่วงหน้า’ ที่อาจนำไปสู่สิ่งที่ร้ายแรงกว่าในอนาคต
.
การเพิกเฉยต่อ Hazard อาจเป็นการยืมความโชคดีมาใช้ ทว่า .. ในโลกของการบิน เราไม่เชื่อเรื่องโชค แต่เราเชื่อข้อเท็จจริง
.
เฮอร์เบิร์ต ดับเบิลยู ไฮน์ริช (Herbert W. Heinrich) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในการทำงานชาวอเมริกัน ได้วิเคราะห์อุบัติเหตุนับพันเคสในอุตสาหกรรมต่างๆพบว่า
.
อุบัติเหตุร้ายแรง 1 ครั้ง มักเกิดจากเหตุการณ์เล็กๆ 29 ครั้ง และเหตุการณ์เกือบเกิด (Near Miss) อีก 300 ครั้ง
.
สามารถอธิบายแต่ละระดับได้ดังนี้
.
1. Near Miss หรือ Hazard (300 ครั้ง)
.
– เหตุการณ์ที่ ‘เกือบ’ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น คนเดินเข้าใกล้ใบพัดแต่ไม่มีใครโดนอะไร ซึ่งถ้าไม่รายงาน จะไม่มีใครรู้ว่ามีจุดอันตรายอยู่ตรงบริเวณไหน
.
2. Minor Accident (29 ครั้ง)
.
– บาดเจ็บเล็กน้อย เช่น ลื่นล้ม ฟกช้ำ เป็นสัญญาณเตือนว่า ‘อันตรายเริ่มเกิดแล้ว’
.
3. Major Accident (1 ครั้ง)
.
– มีผู้เสียชีวิตหรือพิการถาวร ซึ่งมักมี Near Miss หรือ Minor Accident มาก่อนหน้านั้นแล้ว
.
จึงเกิดเป็นคำกล่าวสรุปในวงการว่า
.
“Reporting 300 near misses can prevent a single serious accident.”
.
จากงานวิจัยดังกล่าว นำมาวาดเป็นรูปสามเหลี่ยม กลายเป็นโมเดลที่โด่งดังชื่อ ‘รูปสามเหลี่ยมของไฮน์ริช (Heinrich’s Triangle)’ ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า เหตุการณ์เล็กๆ ที่ถูกมองข้าม อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
.
ฉะนั้นแล้ว การเขียน Hazard Report คือการหยุดโดมิโน .. ตั้งแต่ที่ตัวแรก ให้มันไม่ล้ม
.
ใครเข้าวงการนี้ ต้องเขียน Hazard Report เป็นกันทุกคน .. องค์กรไหนมี Just Culture ก็มักจะเห็นรายงาน Hazard เป็นประจำสม่ำเสมอ ทุกคนกล้าเขียนสิ่งที่พบ ทุกคนกล้ารายงาน
.
ใครอยากเป็นนักบิน จึงควรฝึกเขียนให้เก่งด้วย
.
ในชีวิตจริง นักบินไม่ได้จดแค่ชั่วโมงบินประจำวัน (Pilot Logbook) แต่นักบินที่ดีต้องรู้จักการเขียนอย่างน้อย 4 แบบดังนี้
.
1. เขียน Hazard Report / SMS Report
2. เขียน SNAG (แจ้งข้อขัดข้องของเครื่องที่พบ)
3. เขียน Memo หรือรายงานภายในถึงเจ้าหน้าที่ Safety
4. เขียนอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น
.
การเขียนรายงานเหล่านี้
.
ไม่ใช่เพียงการบอกว่า ‘เกิดอะไรขึ้น’
.
แต่คือศิลปะของการ ‘อธิบายให้เข้าใจ’
.
ให้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เห็นภาพ
.
และสามารถคิดตามพร้อมวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ
.
รายงานที่ดีต้อง ไม่ยาว ไม่สั้น แต่พอดี และชัดเจน
.
นักบินที่มีทักษะการเขียนที่ดี
.
จะช่วยให้ทั้งระบบได้เรียนรู้จากความเสี่ยงที่พบ
.
ไม่ใช่เรียนรู้จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาแล้ว
.
หน่วยงานด้านความปลอดภัยการบินของแคนาดา (Transport Canada) พบว่าในหนึ่งปี มีรายงาน Near Miss และ Hazard มากกว่า 20,000 ฉบับ แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่นำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรง
.
นั่นหมายความว่า 99% ของรายงาน เปรียบได้กับเกราะป้องกันชั้นดี
.
ICAO และ IATA ต่างก็ส่งเสริม ‘การสร้างวัฒนธรรมการรายงาน’ (Reporting Culture)
.
โดยบอกว่าการมีระบบรายงานที่ใช้งานได้จริง (ไม่ใช่แค่สร้างภาพ) คือ หัวใจของระบบความปลอดภัย
.
และองค์กรไหนที่มีวัฒนธรรมการรายงานที่ดี
.
ก็จะมีอัตราของการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
.
เรื่องการรายงาน เกี่ยวข้องกับ Just Culture อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรที่ดี จะไม่ลงโทษนักบินที่กล้ารายงานความผิดของตนเอง
.
ตรงกันข้าม องค์กรที่เข้าใจ SMS และ Just Culture จะยิ่งเคารพกันและกันมากขึ้น
.
เพราะการกล้ายอมรับความผิด คือสัญญาณของ ‘Ethos’ คือบ่อเกิดของจริยธรรม และความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง
.
(Ethos อ่านว่า อี-โธส – เป็นภาษากรีก หมายถึงความน่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพและมีคุณธรรม)
.
วัฒนธรรม Just Culture ไม่ได้หมายความว่า ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่มันคือ
.
“เราจะโฟกัสที่ระบบ มากกว่าคน”
.
“เราจะฟัง เพื่อแก้ เพื่อป้องกัน ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะการลงโทษ”
.
และ
.
“เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อไม่ให้มันเกิดซ้ำ”
.
การเขียน Hazard Report อาจดูเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่ผลกระทบของมัน อาจใหญ่กว่าที่เราคิด เราอาจไม่รู้เลยว่า รายงานหนึ่งฉบับที่เราได้เขียนไปนั้น คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตนักบินหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆอีกหลายคนไว้ในวันข้างหน้า
.
รายงานที่ถูกเก็บไว้ในแฟ้ม อาจไม่มีใครพูดถึง
.
แต่ถ้ามันทำให้ใครบางคนปลอดภัยขึ้นมา ..
.
รายงานนั้นจึงมีคุณค่าที่ไม่อาจประมาณค่าได้
.
ลองปลูกฝังให้ทุกคนในองค์กรได้เชื่อว่า
.
ทุกครั้งที่เรากล้ารายงานสิ่งเล็กๆ หมายความว่า เรากำลังปกป้องสิ่งใหญ่ๆเสมอ
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *