ในห้องนักบิน ไม่มีพื้นที่ให้ลังเลมากนัก เพราะ 1 วินาทีของความลังเล อาจหมายถึง 1 ชีวิตของเรา หลายคนบนเครื่อง หรือภารกิจที่คนบนพื้นฝากความหวังเอาไว้บนท้องฟ้า
.
ภาวะความกดดันในห้องนักบิน เปรียบได้กับศัตรูตัวฉกาจ มันไม่ได้มาจากฟากฟ้า มันอยู่ในหัวของนักบินเอง
.
ห้องเล็กๆที่ลุกเดินไปไหนมาไหนได้ไม่ถนัด ไม่มีกาแฟร้อน ไม่มีโต๊ะวางของกินชิวๆ ไม่มีที่ให้พักสายตาใดๆให้เหม่อมองได้นานๆ
.
มันคือห้องที่อาจมีเสียงเตือนดังได้ตลอดเวลา มีแสงไฟโชว์ได้ทุกเมื่อ
.
บางครั้ง มันคือที่ที่สมองต้อง ‘ตัดสินใจแก้ปัญหาให้ถูก’ ภายในเวลาไม่เกิน 7 วินาที
.
เวลาที่มี = 7 วินาทีหรือน้อยกว่า
.
ใครช้ากว่า = แพ้
.
ใครลังเล = ตาย
.
สมองของนักบินทำงานภายใต้ ‘ภาวะการตัดสินใจที่ต้องเดิมพันสูง (High-Stakes Decision-Making)’
.
นักจิตวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า Fast and Frugal Thinking หรือ ภาวะคิดเร็วภายใต้ข้อมูลที่น้อย
.
ในทางจิตวิทยาเชื่อว่า ‘มนุษย์สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและใช้ข้อมูลเพียงเล็กน้อย’
.
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอสำหรับสถานการณ์นั้นๆ
.
อาชีพที่ต้องฝึก และควรศึกษาแนวคิดนี้ได้แก่ นักบิน (โดยเฉพาะนักบินรบ) แพทย์ฉุกเฉิน ทหารแนวหน้า นักดับเพลิง ฯลฯ
.
เพราะว่าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถ ‘คิดนาน’ ได้ เพราะเวลามีน้อย
.
พวกเขาใช้ ‘ประสบการณ์ฝังลึก’ + ‘กฎง่ายๆ’ ที่เคยฝึกมา เพื่อให้ตัดสินใจได้รวดเร็วโดยไม่ต้องวิเคราะห์นานในทุกทางเลือก
.
ดร. แกรี ไคลน์ (Gary Klein) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้มีชื่อเสียงด้านการตัดสินใจในสถานการณ์จริง ได้เสนอโมเดล Recognition-Primed Decision Making (RPD) อธิบายว่า ผู้เชี่ยวชาญในสถานการณ์เร่งด่วน (เช่น นักบินรบ นักดับเพลิง แพทย์ฉุกเฉิน) เป็นอาชีพเฉพาะทางที่ต้องการความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจให้ทันเวลา พวกเขามักไม่เสียเวลานานในการคิดเปรียบเทียบทางเลือก
.
แต่จะตัดสินใจจาก ‘ประสบการณ์ที่ฝึกฝนมาแล้ว’ จากในหัวโดยอัตโนมัติ
.
หนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ Sources of Power – How People Make Decisions (1998) หนังสือนี้กลายเป็นต้นตำรับแนวคิดด้านจิตวิทยาการตัดสินใจในสนามรบ การบิน การแพทย์ และงานด้านความมั่นคงระดับสูง
.
เขาพบว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกซ้ำในสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถตัดสินใจอย่างเฉียบคมได้ภายใน 5 – 10 วินาที
.
สมองจะเรียกแบบจำลอง (schema) ที่ฝึกซ้อมมาแล้ว ไม่ใช่การคิดแบบวิเคราะห์ขึ้นมาใหม่
.
นี่คือที่มาของเวลา 7 วินาที (เป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณของช่วงเวลาการตัดสินใจในสถานการณ์จริงที่มีการเดิมพันสูง ไม่ใช่กฎตายตัว แต่เป็น แนวคิดเพื่อสื่อว่า ‘เราไม่มีเวลามาก’)
.
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมนักบินรบ จึงต้องฝึกซ้อมสถานการณ์จำลองแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
ทำไมเหล่านักบินจึงต้องฝึกฝนซ้ำๆ .. ฝึกแล้วฝึกอีก
.
เพราะนั่นคือการสร้าง ลูปความคุ้นเคยในสมอง (Familiarity Loop)
.
ที่พร้อมให้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันที เมื่อวินาทีความเป็นความตายมาถึง
.
มีกลยุทธ์การตัดสินใจหนึ่งที่น่าสนใจ และนักบินรบทั่วโลกต่างยอมรับในโมเดลนี้ โมเดลที่เรียกว่า OODA Loop (ผมเคยเขียนบทความกำเนิดโมเดลนี้ไว้แล้ว แนะนำอ่านเพิ่มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์)
.
จอห์น บอยด์ (John Boyd) ผู้มีชื่อเสียงด้าน ยุทธศาสตร์การรบทางอากาศแห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้สร้างเครื่องมือวิเคราะห์ที่โด่งดังชื่อว่า OODA Loop ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้
.
1. Observe คือ รู้เขา สังเกตเขา ขณะบินจะต้องสังเกตข้าศึก ดูพฤติกรรม การเคลื่อนที่ มองให้ทะลุ รู้ใจข้าศึก
2. Orient คือ รู้เรา รู้สภาพโดยรอบ ประเมินรายละเอียด รู้สิ่งที่ผ่านมา ปัจจุบัน และคาดเดาอนาคต
3. Decide คือ การตัดสินใจ จากการประเมิน 2 ข้อแรก (รู้เขา รู้เรา) จะนำไปสู่การเลือก ว่าจะตัดสินใจแบบไหน การตัดสินใจจะต้องปราศจากอคติ และไม่ลังเล
4. Act คือ ลงมือทำ หรือ เมื่อได้เปรียบก็ลงมือ หากเสียเปรียบก็แก้ไข
.
เขาบอกว่า ใครทำ OODA ได้เร็วกว่า = ควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า ตัดสินใจได้เฉียบกว่า
.
ปัญหาคือ ในภาวะกดดัน สมองของมนุษย์จะมีความกลัวแฝงอยู่ เคล็ดลับคือ ให้คิดว่าความกลัวเป็นแค่สัญญาณ ไม่ใช่อุปสรรค
.
นักบินรบคนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้ว่า
.
“ผมไม่เคยไม่กลัว
.
แต่ผมเลือก ‘ไม่ฟังความกลัว’ แค่ก่อนจะตัดสินใจในเสี้ยววินาทีหนึ่ง”
.
นักบินรบไม่ใช่คนที่ไม่กลัว
.
แต่คือคนที่ ‘มีระบบคิดที่จัดการความกลัวได้ไวกว่า’
.
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า นักบินที่มีระดับ Cognitive Control สูง และได้รับการฝึกซ้อมภายใต้ภาวะตึงเครียด มักจะตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ แม้หัวใจเต้นเร็วมากถึง 140 bpm ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการควบคุมอารมณ์ภายใต้แรงกดดัน
.
(Cognitive Control คือ ความสามารถของสมองในการ ควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย)
.
เพราะการฝึกไม่ได้ช่วยให้เราหายกลัว
.
แต่มันสอนให้เราทำในสิ่งที่ควรทำ แม้เราจะกลัว
.
โดยเฉพาะเหล่านักบินรบ พวกเขาต้องทุ่มเทและใช้เวลามาก ของแบบนี้ ใช่ว่าจะฝึกกันได้เพียงชั่วข้ามคืน
.
อาจกล่าวได้ว่า 7 วินาทีของนักบิน = 7 ปีแห่งการฝึก
.
ที่เราเห็นๆนักบินรบออกไปทำภารกิจ เขาฝึกกันมาไม่ต่ำกว่า 7 ปีทั้งนั้น ผลของการฝึกสั่งสมมาเรื่อยๆ
.
เราเห็นนักบินตัดสินใจในเสี้ยววินาที
.
แต่มักไม่เคยเห็นว่า เขาใช้เวลากี่ปีในการเตรียมตัว
.
– ผ่านห้อง G-Force จนร่างกายแทบหมดแรง
– ผ่าน Flight Sim จำลองวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
– ผ่านคืนที่นอนไม่หลับเพราะฝึกจำลองภาพสถานการณ์ในหัว
– ผ่านวันที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะยิงไหม?” และ “เราจะยอมให้ใครตายได้บ้างภายใต้หลักมนุษยธรรม?”
.
สิ่งที่เขาตัดสินใจใน 7 วินาที
.
ไม่ได้เกิดจากการ มีไหวพริบที่ฉลาดปราดเปรื่อง
.
แต่มาจาก การสร้างสมองให้พร้อม ที่จะตัดสินใจได้ชัดภายใน 7 วินาทีนั้น
.
สรุปได้ว่า การตัดสินใจที่เฉียบคม ไม่ได้เกิดขี้นจากความกล้า แต่มาจากความชินที่ผ่านการฝึกอย่างหนักหนาสาหัสซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทั่งเกิดภาวะ Fast and Frugal Thinking นั่นเอง
.
ซึ่งมัน ..
.
ไม่ง่ายเลย
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
