Skip to content

Co-action ต่างคนต่างทำ ความเสี่ยงยิ่งปะทุ

เมื่อการแบ่งบทบาทอย่างชัดเจนใน Cockpit อย่างเช่น ใครเป็น PF ใครเป็น PM อาจไม่ช่วยอะไร
.
ห้องเล็กๆบนท้องฟ้า การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และระดับของการประสานงาน คือสิ่งที่ต้องหลอมรวมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
.
สำหรับการบินที่ต้องใช้นักบินมากกว่าหนึ่งคน หรือ Multi-Crew Concept แม้จะมีการระบุไว้ชัดเจนก่อนบินว่า ใครเป็น PF (Pilot Flying) และใครเป็น PM (Pilot Monitoring)
.
แต่เชื่อได้เลยว่าในชีวิตจริง มีหลายเที่ยวบินที่
.
PF บินอย่างเดียว แต่ไม่พูดอะไรเลย
.
PM ไม่กล้าสังเกต ไม่กล้าท้วง หรือสนใจแค่ checklists ตรงหน้าตัวเอง
.
หรือในบางกรณี ทั้งคู่ต่าง ‘เข้าใจหน้าที่ตัวเอง’ แต่ ‘ไม่ได้เข้าใจภาพรวมของกันและกัน’
.
หลายครั้ง อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากระบบชำรุด ไม่ได้เกิดจากอากาศไม่ดี แต่มาจากสิ่งที่เรียกว่า ‘Co-action’ .. นี่คือกับดักเงียบ ที่หลายคนมองข้าม
.
กับดักของ Co-action ถูกอธิบายในเชิงจิตวิทยาไว้ว่า ‘แค่แบ่งบทบาท’ ไม่ได้หมายความว่าเกิดการประสานงานจริง
.
Co-action คืออะไร ?
.
หนึ่งในศาสตร์ของจิตวิทยากลุ่ม .. Co-action หมายถึง การที่คนในทีม ต่างทำงานของตัวเองโดยไม่สื่อสารหรือประสานกันเลย
.
ทุกคน ‘อยู่ด้วยกัน’ แต่ไม่ได้ ‘ทำงานร่วมกัน’ จริง ๆ
.
ในห้องนักบิน Co-action มักเกิดในสถานการณ์ที่
.
– กัปตันกับ F/O ต่างคนต่างยุ่งกับงานของตัวเอง
– ไม่มีการ cross-check
– ไม่มีการ confirm
– ไม่มีใครรู้ว่าอีกคนกำลังทำอะไร
– ร้ายกว่านั้นคือ ไม่เคารพซึ่งกันและกัน
.
เหมือนกำลังบินอยู่ด้วยกัน แต่จริงๆ แล้ว .. ต่างคนต่างบิน
.
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยง
.
สมองของมนุษย์ออกแบบมาเพื่อ ‘แบ่งภาระ’
.
จากงานวิจัยในปี 2010 ของ เนลสัน โคแวน (Nelson Cowan) นักจิตวิทยาด้านความจำของมหาวิทยาลัยมิสซูรี บอกไว้ว่า
.
สมองของคนเรามีขีดจำกัดในการประมวลผลข้อมูลได้เพียง 4±1 รายการ ในเวลาเดียวกัน
.
(อธิบายเรื่องขีดจำกัดของหน่วยความจำระยะสั้น – Short-Term Memory)
.
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน เช่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน สมองจะยิ่งเลือก สิ่งที่เห็นว่าจำเป็นเร่งด่วน เท่านั้น แล้วมองข้ามเรื่องอื่นๆไปโดยไม่รู้ตัว
.
ดังนั้น หากนักบินแต่ละคน ‘รับผิดชอบทุกอย่างเอง’ โดยไม่มีการแบ่งบทบาทและเข้าใจภาพร่วมกัน
.
ภาระจะล้นสมองโดยไม่รู้ตัว และโอกาสพลาดจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.
งานวิจัยของ NASA Ames Research Center (ศูนย์วิจัยเอมส์ขององค์การนาซา) ชี้ให้เห็นความผิดพลาดของลูกเรือในเที่ยวบินจำลอง หรือ LOFT (Line-Oriented Flight Training)
.
สรุปบทวิเคราะห์ได้ว่า
.
“กว่า 70% ของเคสที่เกิดข้อผิดพลาดรุนแรง ..
.
สาเหตุหลักไม่ใช่ความรู้ของคนไม่เพียงพอ
.
แต่คือ การแบ่งงานที่ไม่ชัดเจน และขาดการสื่อสารระหว่างกัน”
.
ในองค์กรต่างๆก็เช่นกัน
.
โปรเจกต์ล่มหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะไร้คนเก่ง
.
แต่เพราะ แต่ละคน เก่งในแบบของตัวเอง .. และทุกคนไม่มองภาพรวมร่วมกัน
.
Co-action ต่างจาก Cooperation อย่างมาก
.
– Co-action คือ ต่างคนต่างทำ
– Cooperation คือ ทำงานประสานกัน
– Co-action ไม่มีการ confirm กัน
– Cooperation มีการ check-cross-check
– Co-action ขาดบทสนทนา
– Cooperation สื่อสารอย่างมีระบบ
– Co-action ขาดภาพรวม
– Cooperation มีการแชร์สถานการณ์ (shared SA)
– Co-action เสี่ยงต่อการทำงานซ้ำซ้อน หรือ ละเว้น
– Cooperation ลดข้อผิดพลาดได้จริง
.
แล้วทำไม Co-action ถึงเกิดบ่อย ต่อไปนี้คือสาเหตุ
.
1. ความเงียบจาก Authority Gradient
.
F/O ไม่กล้าพูดแย้งกัปตัน จึงทำตัวเองให้เงียบๆเข้าไว้ (F/O = First Officer หมายถึงนักบินผู้ช่วย)
.
2. ความเคยชินที่ผิด
.
คิดว่า “เดี๋ยวอีกคนก็คงทำแล้วมั้ง” หรือ “ไม่ใช่งานเรา”
.
3. มั่นใจเกินไปใน automation (ระบบช่วยบินอัตโนมัติ)
.
เครื่องช่วยเยอะ จนลืมสอดส่องซึ่งกันและกัน เพราะวางใจระบบอัตโนมัติมากไป
.
4. พฤติกรรมองค์กรแบบ silo
.
เหมือนแผนกในบริษัทต่างๆ ที่ไม่ส่งข้อมูลเชื่อมถึงกัน ..ทำงานกันแบบ ตัวใครตัวมัน
.
….
.
แนวทางแก้ไข จาก Co-action สู่การร่วมมือที่แท้จริง
.
1. Briefing ที่ชัดเจน – ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ใครทำอะไรต้องตกลงกันให้ชัด
2. จิตสำนึกของ Shared Mental Model – ต้องพยายาม ‘เข้าใจโลกของอีกคน’ ไม่ใช่แค่ของเราเองคนเดียว ศึกษาเรื่อง Empathy ให้เยอะๆ (ทบทวนเรื่อง Empathy ได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์)
3. กล้าพูด – กล้าถาม – กล้าขัด นี่คือเรื่องของวัฒนธรรมความปลอดภัย .. ต้องเปิดใจ ไม่ใช่เกรงใจ
4. Check-in กันเป็นระยะๆ อย่ารอให้หลุดก่อนแล้วค่อยมาบอกกัน
….
ในชีวิตจริง คนเราก็มี Co-action ในหลายบริบท
.
– ในครอบครัวที่พ่อแม่ต่างก็ทำงานหนัก ต่างคนต่างเหนื่อย ทำให้แทบ ไม่เคยได้คุยกันเลย
– ในองค์กร พนักงานแต่ละคนต่างส่งอีเมลหาแต่หัวหน้า แต่ไม่ส่งต่อกันเอง ไม่คุยกัน ทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
– ในความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่าง “คิดว่าอีกคนรู้” จนสุดท้าย .. ไม่มีใครเข้าใจกัน
….
Co-action ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงใน Cockpit
.
แต่มันเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ .. ที่ควรจะร่วมมือกัน
.
อย่าปล่อยให้ ‘ความเงียบ’ พาเราไปสู่ ‘ความพลาด’
.
อย่าขีดเส้นแบ่งอาณาเขตกันใน Cockpit
.
อย่าสร้างกำแพงซึ่งกันและกันในที่ทำงาน
.
Co-action ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เสียงดัง
.
แต่มันคือ ‘กับดักเงียบ’ ที่ค่อยๆ สะสม
.
และกลายเป็นจุดชนวนของหายนะโดยที่ไม่มีใครตั้งใจ
.
บนฟ้า แค่รู้ว่าใครเป็น PF/PM ยังไม่พอ
.
แต่ต้องรู้ด้วยว่า ‘เรากำลังบินไปในทิศทางเดียวกันไหม ?’
.
นักบินทั้งสองคน ‘ทำหน้าที่ของตน’ ได้อย่างมีจิตสำนึก และเข้าใจหน้าที่ของกันและกัน อย่างแท้จริงหรือไม่
.
นั่นคือการทลายกรอบของ Co action อย่างแท้จริง
.
ไม่ว่าจะโลกของการบิน ชีวิต และการทำงาน
.
เราต้องกล้าตั้งคำถามที่ไม่มีใครกล้าถาม
.
เราต้องแบ่งภาระกันก่อนที่ภาระตรงหน้าจะหนักหนาสาหัสจนเกินไป
.
เราต้อง ‘ทำงานร่วมกัน’ ไม่ใช่แค่ ‘ทำอยู่ใกล้กัน’
.
การบินที่ปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือใคร คนใดคนหนึ่ง
.
แต่อยู่ที่ว่าทั้งทีม ‘เข้าใจซึ่งกันและกัน’ แค่ไหนในทุกๆวินาที
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *