Skip to content

สมรรถนะการคอนโทรลเครื่องด้วยระบบอัตโนมัติ

สมรรถนะการคอนโทรลเครื่องด้วยระบบอัตโนมัติ คือหนึ่งในทักษะที่จำเป็นของนักบิน
.
🤖 คำว่า Automation ในที่นี้หมายถึง ระบบอัตโนมัติที่ช่วยนักบินควบคุมอากาศยาน ทำแทนนักบินในบางเรื่อง เช่น รักษาความสูง ความเร็ว ทิศทางการเคลื่อนที่ แต่ยังคงต้องอาศัยการกำกับดูแลของมนุษย์อยู่
.
มันคือระบบที่ช่วยให้เราสามารถบินได้ง่ายขึ้น เผลอๆ มันบินดี บินเนียนกว่าคนอีก
.
Automation ในยุคใหม่นี้ ..ไม่ได้แค่เปลี่ยนเครื่องบิน แต่มันอาจกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ในห้องนักบิน
.
🛫 ในอดีต การบินคือศาสตร์ของทักษะการบังคับเครื่องด้วยมือ ปฏิกิริยา การตอบสนอง ความรู้สึกประสาทสัมผัส
.
ในปัจจุบัน การบินกลายเป็นศาสตร์ของระบบอัตโนมัติ การตั้งโปรแกรม และการเฝ้าสังเกต จนบางทีเราลืมทักษะการคุมเครื่องแบบดิบๆ แบบดั้งเดิมที่เคยมี
เทคโนโลยีไม่ผิด แต่บางครั้งมนุษย์อาจลืมวิธีที่จะ ‘เป็นมนุษย์’ เวลาที่ต้องอยู่ร่วมกับมัน
.
Automation ทำให้การบินปลอดภัยขึ้นในหลายมิติ แต่มันก็กำลังพราก ‘หัวใจนักบิน’ ออกไปอย่างช้าๆ แบบที่หลายคนไม่รู้ตัว
.
👾 ระบบ Automation คือระบบที่ .. เครื่องไม่เหนื่อย เครื่องไม่หลับ เครื่องไม่ลืม ข้อดีของมันมีดังนี้
.
– ลดภาระงานในห้องนักบิน
– ลด human error ในงานที่ซ้ำซาก
– ซิงโครไนซ์ทุกระบบให้แม่นยำยิ่งกว่ากลไกของนาฬิกาที่ซับซ้อน
– ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ
.
ไม่แปลกที่โลกอยากพึ่งมัน .. ใครๆก็ชอบ
.
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ‘การใช้’ automation
.
ปัญหาเริ่มเมื่อเราพึ่งพามัน แทน การฝึกฝนตัวเอง มากขึ้น มากขึ้น .. ไปทุกที
.
🕶 และนี่คือด้านมืดที่ไม่มีคู่มือไหนบอกไว้
.
“Automation เปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นผู้ควบคุมระบบ แต่บางครั้งระบบก็กลับกลายมาควบคุมมนุษย์แทน”
.
📘 จากงานวิจัยของ Campbell & Bagshaw (แคมป์เบลล์ และ แบ็กชอว์) ใน ปี ค.ศ. 2008 และ Pasztor (พาสต์เตอร์) ใน ปี ค.ศ. 2013 บอกว่าปัญหาที่พบได้บ่อย ภายหลังคนพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นมีดังต่อไปนี้
.
– นักบินเริ่มมี complacency (ความเคยชินที่ประมาท)
– ทักษะการบินด้วยมือ (manual flying skills) เสื่อมถอยลง
– มีประสิทธิภาพต่ำในการแก้ไขสถานการณ์นอกคู่มือ
– เกิดการสื่อสารผิดพลาด ระหว่างคนกับระบบ
.
🔎 โลกการบินยุคใหม่ได้กำหนดสมรรถนะเรื่องทักษะในการบังคับเครื่องด้วยระบบอัตโนมัติขึ้นมา เป็น 1 ใน 9 สมรรถนะของนักบินที่ทุกคนพึงมี ทักษะที่ชื่อว่า Flight Path Management – automation
.
Flight Path Management – ความสามารถที่ยิ่งใช้ automation ยิ่งต้องแม่นยำมากขึ้น
.
หมายความว่า นักบินต้องฝึกฝน ต้องรู้ใจระบบ เพื่อให้การ ‘ควบคุมเส้นทางการบินผ่านระบบอัตโนมัติ’ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
.
มันไม่ใช่แค่การกดปุ่ม แล้วปล่อยให้เครื่องบินไปตามที่โปรแกรมไว้ แต่คือการฝึกฝนพฤติกรรมของนักบินให้เชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง พฤติกรรมเหล่านั้นได้แก่
.
1) ใช้ระบบให้เหมาะกับสถานการณ์
นักบินที่ดีต้องรู้ว่า “เมื่อไรควรใช้ automation แบบไหน ใช้โหมดไหน” ไม่ใช่แค่รู้วิธีกดปุ่ม แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า..เครื่องคิดอะไรอยู่
.
2) ตรวจจับและตอบสนองเมื่อเส้นทางคลาดเคลื่อน
ถ้าเครื่องบินออกนอกเส้นทาง นักบินต้องดักได้ทัน เมื่อเห็นอะไรผิดเพี้ยนไป จะยิ่งดีถ้าเห็นมัน..ก่อนที่เครื่องจะเตือน
.
3) บริหารเส้นทางบินเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการบินดีที่สุด
ไม่ใช่แค่ ‘ไปถึง’ แต่ต้อง ‘ไปถึงด้วยประสิทธิภาพสูงสุด’ เช่น เลือกเส้นทาง ความสูง ความเร็ว ที่ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
.
4) คุมเส้นทางการบินให้ได้ขณะมีภาระงานอื่นที่ต้องทำ
จริงๆ แล้ว automation คือโอกาสที่ทำให้สมองเรา ‘มีพื้นที่เหลือ’ ไปสนใจงานอื่น แต่เราต้องไม่ลืม flight path (เส้นทางการบินตามที่วางแผนไว้)
.
5) เลือกระดับ automation ให้เหมาะกับ workload และช่วงการบิน
นักบินที่เก่งไม่ใช่คนที่เปิด autopilot เร็วที่สุด แต่คือคนที่รู้ว่า เมื่อไรควร manual (บินเองด้วยมือ) เมื่อไรควรปรับลดระดับของการบินแบบออโต้ (ลด Level ของระบบอัตโมมัติลงมา) เพื่อให้รับรู้ต่อสถานการณ์ได้ดีที่สุด
.
6) เฝ้าระวังและเข้าใจ mode transitions อย่างแม่นยำ
นักบินที่ไว้ใจระบบมากไป บางครั้งอาจไม่รู้ตัวว่า ‘automation mode ถูกเปลี่ยนไปแล้ว’ พาให้เครื่องไม่ไปตามที่ตั้งใจหรือสั่งการไว้ในครั้งแรก ซึ่งอาจทำให้โปรไฟล์ของการบินคลาดเคลื่อนไป
……
📒 รายงานของ Andy Pasztor (แอนดี้ พาสต์เตอร์) นักข่าวสายแวดวงการบิน ของ The Wall Street Journal ในปี 2013 ได้รายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องความผิดพลาดของนักบินที่มีต่อการใช้งานระบบ Automation โดยอ้างอิงจากรายงานของหน่วยงานด้านความปลอดภัย (เช่น NTSB และ FAA) ประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อมูลของรายงานสรุปว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะนักบิน
.
– ไม่รู้ว่าเครื่องอยู่ใน mode ไหน
– ไม่รู้ว่าเครื่อง ‘รอ’ อะไร
– ไม่สามารถ override ได้ทันท่วงที (Overide = นักบินเข้าคุมเครื่องแทนระบบอัตโนมัติ)
.
จะว่าไปแล้ว
.
ระบบอัตโนมัติก็เหมือนเครื่องดนตรีที่มีโน้ตเป็นล้าน
.
แต่นักบินคือตัวแปรที่ทำให้มัน ‘เล่นเพลง’ ได้เพราะ ‘ตรงตามจังหวะ’
.
“ระบบไม่ได้พังเพราะมันทำผิด .. แต่มักพังเพราะนักบินเข้าใจมันผิด”
.
สมรรถนะ = ความสามารถที่ฝึกได้ ไม่ใช่พรสวรรค์
.
การบริหาร automation เป็น ‘ทักษะที่วัดได้’
.
ไม่ใช่แค่คำว่า “เราบินกับเครื่องรุ่นนี้มานาน”
.
แต่คือการตอบคำถามอย่างมืออาชีพว่า
.
– เราสามารถตรวจจับ deviation ได้เร็วไหม?
– เราเลือก mode ที่เหมาะกับ phase ได้ทันหรือเปล่า?
– เรารู้ไหมว่าระบบเปลี่ยน mode ไปแล้วตอนไหน?
– เราใช้ automation เป็นผู้ช่วย หรือปล่อยให้มันเป็นเจ้านายเรา?
.
พึงระลึกไว้ว่า Automation ไม่ใช่ผู้ช่วยตลอดเวลา บางครั้งมันอาจเป็นภาระให้กับเราก็ได้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
.
ระบบอัตโนมัติไม่สามารถตอบสนองทันต่อสถานการณ์ที่ผิดปกติได้เสมอไป
.
ยิ่งเครื่องบินสมัยใหม่มีระบบที่ซับซ้อนมากเท่าไร นักบินยิ่งต้อง ‘เข้าใจให้ลึก’ มากกว่าการกดปุ่มตามลำดับขั้นตอน
.
Automation ไม่ใช่ศัตรู แต่ Blind Trust คือภัยร้าย หากเราฝึกนักบินให้เก่งเพียงแค่ ‘ใช้ระบบ’ โดยไม่เข้าใจ ‘ตรรกะของระบบ’
.
เท่ากับเรากำลังสร้างนักบินที่ ‘รอดทุกไฟลต์…ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด’
.
แต่ในโลกแห่งการบิน ความผิดพลาดคือสิ่งที่ ‘ต้องเตรียมรับ’ ไม่ใช่แค่ ‘หวังว่าจะไม่เกิด’
.
มนุษย์ยังดีกว่าคอมพิวเตอร์ในบางสิ่ง โดยเฉพาะในสิ่งที่ไม่เคยมีใครเจอมาก่อน
.
แม้คอมพิวเตอร์จะเร็วกว่าเราในด้านการคำนวณตัวเลขจำนวนมหาศาล แต่ในเรื่องของ Perception และการตอบสนองเชิงบริบท มนุษย์ยังคงไร้คู่แข่ง (เคยเขียนอธิบายไปแล้วในบทความก่อนๆเรื่องการรับรู้และประมวลผลของสมองเรา)
.
เด็ก 4 ขวบรู้ว่าใครคือแม่ โดยไม่ต้องเสียเวลาสแกนพิกเซล
.
บางครั้ง สันชาติญาณนักบินรู้ได้เองว่า ‘มีบางอย่างผิดปกติ’ แม้ยังไม่มีไฟแดงโชว์ขึ้นมา
.
เพราะมนุษย์มีสิ่งที่คอมพิวเตอร์ยังไม่มี ไม่ว่าจะเป็น
.
– ภูมิหลังของประสบการณ์ (Experience-based Judgement)
– การเข้าใจสถานการณ์แบบเชื่อมโยงองค์ประกอบ (Contextual Awareness)
– การด้นสดอย่างแม่นยำยามระบบล้มเหลว (Novel Problem Solving)
.
✍ ฉะนั้นแล้ว
.
งานของนักบินจึงไม่ใช่แค่ควบคุมอากาศยาน แต่คือการควบคุม ‘ความเข้าใจของตัวเองที่มีต่อระบบ’
เพราะเมื่อไรอากาศยานคิดแทนคนได้ เรายิ่งต้องคิดให้ทันเครื่องมากขึ้นกว่าเดิม
.
โลกอนาคตอาจมี autopilot ที่ฉลาดระดับซุปเปอร์ AI
.
แต่เรายังต้องการนักบินที่มี 3 สมรรถนะที่หุ่นยนต์ไม่มีวันมี ได้แก่
.
1.รู้ตัวเอง (Self-awareness)
2.เข้าใจระบบ (Systems Thinking)
3.นำทีมข้ามวิกฤต (Leadership under Stress) ด้วยสันชาติญาณของคน
.
และสิ่งเหล่านี้ไม่มีทางโหลดได้จากอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะบนท้องฟ้า ไม่มีปุ่ม Undo
.
โลกของการบินอาจ ‘ออโต้’ ได้ทุกอย่าง
.
แต่ความปลอดภัยยังคงต้องการ ‘มนุษย์ที่ตื่นรู้’ นั่งอยู่ในห้องนักบินเสมอ
.
สาระเพิ่มเติม
.
– R.D. Campbell (อาร์.ดี. แคมป์เบลล์) และ M. Bagshaw (เอ็ม. แบ็กชอว์) คือ สองนักเขียนที่ร่วมกันเขียนหนังสือชื่อ
“Human Performance and Limitations in Aviation”
ซึ่งเป็นหนังสือพื้นฐานด้าน Human Factors สำหรับนักบินทั่วโลก
.
.

อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations 👇

https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *