ชีวิตก็เหมือนเครื่องยนต์
.
‘เครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเกินไป มันก็ล้าเป็น และอาจพังไว จิตใจที่รับภาระเกินขีดจำกัดก็เช่นเดียวกัน’
.
ในระบบอากาศยาน เรามีเซนเซอร์คอยตรวจจับค่าต่างๆที่ผิดปกติ มีไฟเตือนเมื่อแรงดันน้ำมันต่ำ อุณหภูมิสูงเกิน หรือเมื่อมีอาการสั่นผิดปกติ แต่ในโลกของชีวิตจริง เรากลับไม่ค่อยมีระบบเตือนความเครียดที่ชัดเจน
.
คนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่า ‘เครียดเกินไป’ จะรู้อีกที ก็ตอนที่จะนอน แล้วเริ่มนอนไม่หลับ ใจสั่น ปวดหัว หรือเริ่มจะหมดไฟไปซะแล้ว
.
หากเราเข้าใจว่า ‘ความเครียด’ มีโครงสร้างและลำดับขั้น
.
เราก็จะรู้เท่าทัน และรับมือมันได้อย่างเป็นระบบ
.
ในปี 1936 นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ชาวแคนาดาชื่อ ฮันส์ เซลีเย (Hans Selye) ได้เสนอโมเดลสำคัญที่ชื่อว่า GAS (General Adaptation Syndrome) หรือเรียกเป็นภาษาไทยได้ว่า ‘กลุ่มอาการตอบสนองต่อความเครียดแบบทั่วไป’
.
เขาค้นพบว่า คนเรา ไม่ว่าเราจะเครียดจากเรื่องอะไร ไม่ว่าจะตอนบินแล้วมีพายุฝนอยู่ขวางเส้นทางบิน ไฟระบบสำคัญโชว์มาบนหน้าจอ ภาระงานหนักอึ้งที่ออฟฟิต ไลน์งานด่วนเด้งขึ้นมา ไปยันเรื่องทะเลาะกับแฟน หรือมีปัญหากับครอบครัว ร่างกายเราจะตอบสนองทั้งหมด 3 ระยะเสมอ
.
เหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานภายใต้แรงกดดัน ความร้อน และเชื้อเพลิงจำกัด ร่างกายมนุษย์ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน
.
1. ระยะเตือนภัย (Alarm Reaction)
.
‘ร่างกายเปิดไซเรน ไฟฉุกเฉินมาแล้ว’ เมื่อเจอความเครียดใหม่ๆ ระบบประสาทซิมพาเธติกจะทำงานเต็มกำลัง
.
หัวใจเต้นเร็ว มือเย็น ใจสั่น เหงื่อออก กล้ามเนื้อตึง มันคือช่วงที่ร่างกายบอกว่า “ระวังนะ !”
.
และเรามักพร้อมเข้าสู่โหมด ‘สู้ หรือ หนี’ (Fight or Flight)
.
ตัวอย่างในห้องนักบิน เช่น เมื่อได้ยินเสียงเตือน ไฟ Master Caution โชว์ ขณะผ่านเมฆหนาทึบ หัวใจเต้นขึ้นมาทันที สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เจอ มันคือกลไกทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมนอะดรีนาลีนพุ่ง คอร์ติซอลหลั่ง ระบบย่อยอาหารถูกปิดชั่วคราว
.
ระยะนี้อาจดีในระยะสั้น แต่หากอยู่นานเกินไป มันจะ ‘ไหม้’ จากข้างใน
.
2. ระยะต้านทาน (Resistance)
.
‘ร่างกายยังสู้อยู่ แต่เริ่มเหนื่อยแล้ว’ หากความเครียดยังไม่หายไป ร่างกายจะเข้าสู่โหมดต้านทาน
.
ฮอร์โมนเริ่มทรงตัว แต่ยังสูงกว่าปกติ คนภายนอกอาจมองว่าเราปกติดี แต่ข้างใน พลังงานสำรองถูกใช้ไปเรื่อย ๆ
.
เช่น เวลาบินไฟลต์ยาว 4 ชั่วโมง หลังแก้ไขปัญหาฉุกเฉินที่เจอได้แล้ว .. แม้ทุกอย่างดูสงบ แต่ภายในยังคงเครียดสะสมอยู่ หรือ ทำงานในชีวิตประจำวัน มีปัญหาในที่ทำงานแล้วเก็บเอามาคิดที่บ้าน สลัดออกไปไม่ได้ซักที
ผลลัพธ์ในชีวิตประจำวันคือ เหนื่อยง่าย ปวดหัวบ่อย สมาธิสั้น แล้วเราจะเริ่มละเลยสิ่งเล็กๆ โดยไม่รู้ตัว
.
หากไม่หาวิธีคลายเครียด ร่างกายจะเข้าสู่ระยะสุดท้าย
.
เหมือนเครื่องยนต์ที่ยังคงเดินเบาไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้พักเลย
.
3. ระยะหมดแรง (Exhaustion)
.
‘ถังเชื้อเพลิงว่างเปล่า เครื่องยนต์ก็จะดับ’ นี่คือจุดที่ระบบทั้งหมดของร่างกายและจิตใจ “พัง”
.
ฮอร์โมนความเครียดถูกหลั่งออกมามากเกิน สมดุลของระบบประสาทถูกรบกวน
.
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ซึมเศร้า เบิร์นเอาต์ ระบบภูมิคุ้มกันล้มเหลว อาจเกิดโรคเรื้อรัง เช่น ความดันสูง หัวใจ ภูมิแพ้เรื้อรัง
.
นักบินที่รู้สึกหมดไฟ เบื่อการบิน ไม่อยากพูดกับใคร มักเริ่มหลุดขั้นตอนพื้นฐาน ขั้นตอนง่ายๆที่เคยทำได้ดี
.
ระยะนี้ต้อง ไม่พยายาม ‘อดทน’
.
แต่ต้อง ‘ถอยออกมาพักฟื้น’ อย่างจริงจัง
.
สรุประยะทั้ง 3 ระยะอีกครั้งสั้นๆคือ
.
1. Alam เกิดกลไก Flight or Fight อาการใจสั่น มือเย็น โฟกัสสูง กลยุทธ์รับมือคือ หายใจลึก ตอบสนองให้เร็ว
2. Resistance เกิดกลไกการพยายามรักษาสมดุล อาการคือ เหนื่อยง่าย สมาธิถดถอย วิธีรับมือคือ ควรพักผ่อน และจัดสรรเวลาใหม่
3. Exhaustion เกิดกลไกระบบในร่างกายล้มเหลว อาการป่วยเรื้อรัง ซึมเศร้า หากอยู่ในระยะนี้ ต้องหยุดพักทุกอย่างและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูระยะยาว
.
ยิ่งอาชีพที่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันสูง ภายใต้ความหวังของผู้คน เราควรหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอ ก่อนที่มันจะสายเกินไป
.
– เราอยู่ในระยะไหน ?
– ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรที่เรามองข้าม ?
– เรายังมี ‘ช่องว่าง’ ให้ฟื้นตัวอยู่หรือไม่ ?
.
การรู้จัก GAS Model เสมือนมี ‘เครื่องมือวัดความเครียด’ ส่วนตัว มันคือเซนเซอร์ที่ใช้ดักจับอาการ ที่ช่วยให้เราประเมินสถานะของใจและกายได้เป็นอย่างดี
.
อันที่จริง ความเครียดไม่ใช่ศัตรู หากเรารู้จัก ‘ระยะ’ ของมัน และดักจับมันได้ทันการ
.
ความเครียดเปรียบเสมือนครูที่บอกว่า
.
“คุณกำลังแบกอะไรหนักเกินไปอยู่ไหม”
.
แต่ถ้าเราไม่ฟังครู .. ความเครียดนั้น มันจะกลายเป็นศัตรูที่เงียบงันและร้ายกาจที่สุด
.
ทุกคนมีสิทธิ์จะเครียด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่า เราควรหยุดเมื่อใด และควรเดินต่อแบบไหน
.
นักบินที่ดีไม่ใช่คนที่ไม่เคยหลุดขีดจำกัดของตัวเอง แต่คือนักบินที่รู้ตัวเร็ว และปรับแรงยกได้ก่อนที่ร่างกายและจิตใจจะดิ่งลง
.
เฉกเช่นเดียวกับชีวิตคนเรา
.
เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
.
แต่เราต้องรู้จัก พัก ฟื้น และตั้งลำใหม่ ให้เป็น
.

.
อ่านบทความอื่นๆได้ใน Facebook Page : Hovering Inspirations
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558412223812&mibextid=ZbWKwL
